อักขระพระสูตรประดุจมวลใบไม้ล่องลอยตามสายลม กระจัดกระจายไปทั่วทุกซอกทุกมุม
ใบไม้สีทองที่น่าดูเหล่านี้ นำพากลิ่นอายสุขสงบอันแปลกพิเศษมาให้แก่นักบวชนิกายพุทธ ทำให้ผู้คนดื่มด่ามึนเมาโดยไม่รู้ตัว จงหยูสีหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย พลันสืบเท้าไปข้างหน้า ไอพลังอธิษฐานห่อหุ้มกงล้อภาวนากากบาทอย่างแน่นหนา อาวุธเวทคู่กายสาดแสงเจิดจ้า!
วงแหวนอักขระพระสูตรบนกงล้อภาวนาเปล่งประกายเรืองรองอย่างฉับพลัน ปรากฏม่านแสงสีทองจาง ๆ ปกคลุมจั่วม่อกับเหวยเสิ้งที่อยู่ด้านหลัง
ตง!
ท่ามกลางเสียงเคาะมู่อวี๋ คลื่นเสียงสวดภาวนาดังกังวาน!
น้าแข็งผนึกเอาไว้ พลันแตกปะทุ ขยายใหญ่โตอย่างฉับพลัน แต่ละดวงกลายเป็นดวงไฟขนาดเท่ากำมือ สะบัดพลิ้วลิ่วล่องอยู่กลางเวหา
ต่อหน้าทะเลแสงตะเกียงสีทองดวงน้อยเหล่านี้ ม่านโล่พลังปราณที่จงหยูใช้ออกอย่างสุดกำลัง ถึงกับเปราะบางไม่ต่างจากเศษกระดาษ!
พลังฝีมือของทั้งสองฝ่ายอยู่คนละระดับชั้นกันอย่างสิ้นเชิง ช่องว่างอันกว้างใหญ่ไพศาล สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในเวลานี้
ม่านโล่แสงแตกกระจายในชั่วพริบตา จงหยูแค่นเสียงหนัก ๆกระแทกเท้าถอยหลังไม่หยุดยั้ง
เหวยเสิ้งหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย กระบี่ดำตวัดฟันขวาง ทันใดนั้นเบื้องหน้ามันคล้ายปรากฏช่องโพรงขึ้นอย่างกะทันหัน เส้นแสงสีทองที่เพิ่งทะลวงม่านแสงของจงหยู พลันถูกกลืนกินหายเข้าไปในช่องโพรง!
“อืมม์!”
เสียงอุทานของติ้งเจินแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
มันเหลือบมองเหวยเสิ้