คณะของจั่วม่อเดินทางผ่านหมอกเมฆลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ผ่านไปเจ็ดวันเจ็ดคืนเต็ม ความหนาวเย็นภายในหมอกเมฆยิ่งรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ ทุกผู้คนต้องคอยโคจรพลังปราณเพื่อต้านทานไอเย็น จั่วม่อกับพวกในที่สุดค่อยเข้าใจว่าไฉนจึงมีเพียงชนชั้นจินตันขึ้นไป จึงจะกล้าเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของทะเลเมฆ ลำพังความหนาวเย็นนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ซิวเจ่อต่าชั้นกว่าจินตันจะสามารถทนทานรับไว้ได้
จั่วม่อมีทั้งเปลวไฟลายชั้นมหาทิวาและยอดสมบัติล้าค่าเช่นเมล็ดผลึกสุริยัน ความหนาวเย็นไม่ส่งผลต่อมันแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้มันตื่นตะลึงคือเหล่าเจ้าตัวเล็ก พวกมันแต่ละตัวเล่นสนุกกันอย่างเต็มที่ สดใสร่าเริงเป็นที่สุด กระทั่งเจ้าเพลิงน้อยที่มันคิดว่าคงมิอาจทนทานได้ ยังดูเหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับความหนาวเหน็บที่สามารถฆ่าคนนี้
ประโยคนี้ทำให้ขวัญกำลังใจเพิ่มสูงขึ้น ทั้งคณะรีบเร่งฝีเท้าก้าวต่อไปเบื้องหน้า
หลังจากนั้นไม่นาน เห็นแม่น้าใหญ่โตมโหฬารปรากฏขึ้นในคลองสายตาของพวกมัน แต่พอมองลงไปในแม่น้าเมฆา ทุกคนพากันงงงันวูบ
คังเต๋อทันใดนั้นกลายเป็นลิงโลดยินดี ร้องเสียงตื่นเต้นว่า “กระแสหมอกผลึกเมฆ! ไฉนเกิดกระแสหมอกผลึกเมฆในฤดูกาลนี้ได้?”
บนพื้นผิวของแม่น้าเมฆาไม่มีหมอกเมฆปกคลุม แต่สิ่งที่ไหลรินอยู่ในแม่น้าหาใช่สายน้าอย่างที่ควรเป็นไม่ กลับเป็นกลุ่มก้อนผลึกน้าแข็งที่หนาแน่นแออัด ผลึกน้าแข็งเหล่านี้แต่ละก้อนมีขนาดเท่าไข่ไก่ กระจ่างสุกใสเป็นเห