เห็นคนผู้สวมใส่หน้ากากสัมฤทธิ์ขยับเคลื่อนกายอย่างกะทันหันภายใต้หน้ากากที่ซ่อนอยู่ในเงามืดเปล่งเสียงห้วนกระด้างดิบเถื่อนออกมาร่างบิดไหวราวกับอสรพิษ กลายเป็นท่วงท่าสภาวะอันแปลกพิกล
แผงขนนกทองคำที่ประกอบขึ้นจากเศษริ้วพลังงานสีทองสาดซัดออกไปในอากาศตามปลายนิ้วของจั่วม่อ กรีดวาดเป็นเส้นสายอันลี้ลับคลุมเครือ ยากจะเข้าใจได้
พลังที่แปลกพิสดารสุดบรรยายพลันแผ่กระจายออกมาเป็นระลอก
เซินอู๋ไฮ่ที่เพิ่งจะสงบใจลงได้แท้ ๆ ยามนี้ถลึงตามองจั่วม่อราวกับพบพานผีสาง
นี่… …นี่… … นี่มัน… …
พลังเทพ!
นี่คือพลังเทพ!
พลังเทพ… …เป็นไปได้อย่างไรกัน… ….จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!
เซินอู๋ไฮ่ร่างกายไม่อาจขยับเคลื่อนไหว จิตใจยังขาวว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง การค้นพบอันน่าตระหนกนี้ สำหรับมันไม่ต่างจากฟ้าผ่าในวันที่อากาศแจ่มใส!
นี่คือความคิดสุดท้ายของมัน
ลำแสงพลันสาดซัดลงมาจากฟ้า กลืนกินมันลงไปอย่างสมบูรณ์ มันรู้สึกสายตากระจ่างจ้า ขาวพร่างดุจหิมะ จากนั้นสติดับวูบไปทันที
ลำแสงหลายสิบสายสาดพุ่งลงมาจากวิหารเทพ ทุกผู้คนถูกแสงสีทองกักเอาไว้ ซิวเจ่อทั้งหมดล้วนถูกจับกุม ไม่ว่าจะมีพลังบำเพ็ญเพียรอยู่ในระดับใด ล้วนสีหน้าแข็งค้างราวกับกลายเป็นหุ่นเชิดตัวหนึ่ง
ถึงตอนนี้จั่วม่อค่อยหยุดยั้งลง พลังงานสีทองบนร่างสลัวเลือนรางลงมาก อ่อนจางจนคล้ายจะสลายไปได้ทุกเมื่อ
“ฮ่า ฮ่า… …ฮั่ก!”
เสียงหัวร่อแหบพร่าดังลอดออกมาจากหลังหน้ากาก แต่แล้วก็เปลี่ยน