เมื่อได้ยินคำพูดของซูเฉิน สีหน้าของจ้าวซวี่ก็เต็มไปด้วยความขมขื่นทันที
เขาไม่คิดว่าซูเฉินจะไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้ ดูท่าแล้วจะเป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะยอมมอบร่างของนักบุญยุทธ์ให้เขา
“คุณชายซูเฉิน ร่างของนักบุญยุทธ์ท่านไม่ต้องให้ข้าก็ได้ แต่ศรเล่มนั้น ท่านคงไม่จำเป็นต้องใช้ใช่หรือไม่? ข้าขอรับไว้ได้หรือไม่?”
จ้าวซวี่ถามขึ้นโดยยังไม่ยอมแพ้
“ศรเล่มนี้หรือ?”
ดวงตาซูเฉินส่องแสง เขามองไปยังศรดำที่ปักอยู่กลางหน้าผากของนักบุญยุทธ์
เขานิ่งคิดเล็กน้อย ก่อนจะเรียกใช้ดวงตาเทพเจ้า แสงทองคำพลันฉายออกจากดวงตา ศรดำเล่มนั้นก็ลอยมาปรากฏตรงหน้าซูเฉินทันที
ศรดำเล่มนั้นถูกชโลมด้วยโลหิตของนักบุญยุทธ์จนกลายเป็นสีดำสนิท บนศรยังแผ่กลิ่นอายอำมหิตและเย็นเยียบ ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง
“หา?”
จิตใจของซูเฉินสั่นไหว เขาใช้ดวงตาเทพเจ้ามองทะลุ ก็พบความลี้ลับที่ซ่อนอยู่ในศรเล่มนี้
แท้จริงแล้ว ศรดำนี้ปักทำลายจิตวิญญาณของนักบุญยุทธ์จนแหลกสลาย แต่เศษวิญญาณกลับไม่สลายหายไป กลับหลงเหลือร่องรอยคล้ายวิญญาณพยาบาทวนเวียนอยู่รอบศร
ศรเล่มนี้…กล่าวได้ว่าเป็นศรมารโดยแท้!
หากได้รับการหลอมอย่างเหมาะสม ก็อาจกลายเป็นศาสตราไร้เทียมทานได้!
ยิ่งไปกว่านั้น ของประเภทนี้คือของล้ำค่าสำหรับนักพรตฮวงจุ้ย
ไม่แปลกที่จ้าวซวี่จะถึงขั้นหน้าด้านเอ่ยปากขอ ซูเฉินเองยังคิดว่า เป้าหมายที่แท้จริงของจ้าวซวี่ อาจเป็นศรเล่มนี้เสียด้วยซ้ำ
“จะให้ศรเล่มนี้