ามผู้หนึ่ง ไหนเลยจะเคยพบเห็นภาพเหตุการณ์อันอัศจรรย์พันลึกถึงเพียงนี้?
“ไม่ถูกต้อง!” ผู้อาวุโสเซินทันใดนั้นม่านตาหดแคบลง กลับคืนสู่ความสงบเยือกเย็นทันที “นี่ไม่ใช่ร่างกายที่แท้จริงของพวกอีกาทองคำ!”
ได้ยินเช่นนี้ หลีซู่ร่างแข็งทื่อในบัดดล “ไม่ใช่ร่างกายที่แท้จริง?เช่นนั้นพวกมันเป็นอะไร?”
“สมควรเป็นดวงวิญญาณของอีกาทองคำ!” ผู้อาวุโสเซินทอดถอนด้วยอารมณ์ความรู้สึก “สามารถผนึกดวงวิญญาณของอีกาทองคำเพื่อปกป้องวิหารเทพ ฝีมือช่างสูงล้าปานเทพยดา!”
หลีซู่เข้าใจในบัดดล มันเพ่งพิจารณาอีกาทองคำทั้งสิบอย่างถี่ถ้วนจริงดังคาด มันพบว่าเส้นขอบร่างกายของเหล่าอีกาทองคำคล้ายพร่าเลือนอยู่บ้าง แต่จากระยะห่างไกลเช่นนี้ หากไม่เพ่งมองอย่างละเอียดยากจะพบเห็นได้
“แต่อย่าได้ดูแคลนดวงวิญญาณของอีกาทองคำเหล่านี้ พลังของพวกมันสมควรไม่อ่อนด้อยกว่าสัตว์ปราณระดับเจ็ด พวกมันยังมีกันถึงสิบตัวหากปะทะซึ่งหน้า เกรงว่าพวกเราต่อให้มีอีกสิบชีวิตก็ไม่เพียงพอ” ผู้อาวุโสเซินจ้องมองอีกาทองคำทั้งสิบ ลดเสียงกระซิบแผ่วเบา
“ผู้อาวุโส… … ดวงวิญญาณสัตว์เทพผู้พิทักษ์ไฉนจู่ ๆ ปรากฏตัวออกมา?” หลีซู่ถามอย่างงุนงงสงสัย “หรือว่ามีบางคนลอบเคลื่อนไหว? มีคนตอแยพวกมัน? แต่พวกมันไม่ได้โจมตีใคร… …”
กล่าวไปกล่าวไป หลีซู่ยิ่งรู้สึกว่าผิดท่า สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง
ผู้อาวุโสเซินก็สีหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย
หลู่เจิ้นสับสนงุนงง ไม่เข้าใจว่ามีปัญหาที่ใด