ปีนั้นที่พวกมันรุ่งโรจน์เรืองรองถึงที่สุด จะเป็นพลังอำนาจสะท้านฟ้าสะเทือนดินสักปานใด?
ชั่วขณะนี้ ความคิดจิตใจของหลีซู่ล่องลอยไปไกลลิบ
ผู้อาวุโสเซินไม่กล่าวคำใด บนใบหน้ามันปรากฏเค้าตื่นตะลึงไม่ต่างกัน มันมีพลังบำเพ็ญเพียรด่านหยวนอิง สามารถเบียดเสียดเข้าสู่ทำเนียบยอดฝีมือชั้นสูงสุดแห่งสวรรค์สี่ดินแดน ภูมิความรู้ของมันยังลึกล้าไพศาลกว่าหลีซู่มาก และด้วยเหตุนี้เอง มันย่อมเข้าใจความหมายของภาพเบื้องหน้าได้ดีกว่าหลีซู่
ในดวงตามันทอประกายร้อนผ่าว เต็มไปด้วยแรงปรารถนา!
เบื้องหลังคนทั้งสอง หลู่เจิ้นกับพวกปากอ้าตาค้าง เหม่อมองดวงอาทิตย์สีแดงเข้มใหญ่โตมหึมาบนฟากฟ้าอย่างไม่เชื่อสายตา ล้วนแตกตื่นตะลึงลานจนพูดไม่ออก
ทันใดนั้นผู้อาวุโสเซินพลันกล่าวอย่างเคร่งเครียด “เจ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อม ครั้งนี้วิหารเทพสุริยันเคลื่อนไหวเอิกเกริกเกินไป ผู้คนสมควรคาดเดาได้ว่าอีกไม่นานวิหารเทพจะเปิดออกมา ถึงตอนนั้นคงยากจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ฆ่าฟันได้… …”
วาจานี้ของผู้อาวุโสเซินฉุดกระชากหลีซู่กับคนอื่น ๆ กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง พวกมันรีบรับคำอย่างพร้อมเพรียง “ขอรับ!”
ผู้อาวุโสเซินใช้สายตาลึกซึ้งเพ่งมองมุมวิหารเทพที่เผยตัวออกมาแวบหนึ่ง จากนั้นร่างหายวับไป
หลีซู่หันเหสายตากลับไปยังดวงอาทิตย์สีทองปนแดงเข้มโดยไม่รู้ตัวแต่เมื่อสติกลับเป็นแจ่มใส มันอดขมวดคิ้วไม่ได้ พวกมันเพียงทราบช่วงเวลาที่วิหารเทพจะเปิดออกด้วยการทำน