ี่ลับหลายแห่ง ซึ่งอาจเป็นสถานที่เก็บรักษาเทพวิชาของชนเผ่าเทพสุริยัน
หลังจากย่อยสลายข้อมูลทั้งหมด จั่วม่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
พลังปราณ พลังจิตสำนึกและสังขารปิศาจ ล้วนหายไปจากร่างมันอย่างสมบูรณ์ กลับกลายเป็นพลังประหลาดขุมหนึ่ง
นี่คือพลังเทพใช่หรือไม่?
จั่วม่อพินิจพิจารณาพลังอันพิเศษเฉพาะนี้อย่างกระหายใคร่รู้ เทียบกับพลังปราณ พลังจิตสำนึกและพลังสังขารปิศาจแล้ว พลังเทพเทพผิดแผกแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ว่าจะเป็นพลังปราณ พลังจิตสำนึกหรือพลังสังขารปิศาจ ล้วนมีเส้นทางโคจรที่ไม่ซ้ากัน พลังปราณโคจรผ่านเส้นชีพจรปราณ พลังจิตสำนึกผนึกรวมตัวที่หว่างคิ้ว และสังขารปิศาจโคจรผ่านเลือดเนื้อเส้นเอ็น
พลังเทพแตกต่างออกไปเป็นคนละทาง พวกมันคล้ายไม่มีจุดหมายอย่างสิ้นเชิง เจาะผ่านไปทั่วร่างจั่วม่ออย่างไร้รูปแบบ
ความรู้สึกที่พลังเทพมีให้แก่จั่วม่อ คือความสับสนยุ่งเหยิง วิธีการใช้ไม่ชัดเจนเท่ากับพลังทั้งสาม นี่อาจเป็นเพราะมันยังไม่รู้จักมักคุ้นกับพลังเทพมากนัก จั่วม่อรู้สึกว่าพลังเทพยากจะควบคุมบังคับเป็นที่สุด ไม่สามารถปล่อยออกรั้งเข้าได้ดั่งใจปรารถนาเท่ากับพลังทั้งสาม
ในพลังทั้งสาม แม้แต่พลังที่อ่อนด้อยที่สุดอย่างพลังปราณ มันก็สามารถควบคุมได้ง่ายดายกว่าพลังเทพมาก
ยุ่งเหยิง คลุมเครือ ยากจะคว้าจับเอาไว้ได้ เหล่านี้เป็นสิ่งที่จั่วม่อรู้สึกยามใช้พลังเทพ นี่บันดาลให้มันรู้สึกอึดอัดขัดข้องยิ่ง ไม่มีผู้ใดชมชอบพลั