“ผู้อาวุโส”
สุ้มเสียงสุภาพของหลีซู่ดังขึ้นที่ด้านนอกประตู
“เข้ามาได้”
ประตูไม้เปิดออกโดยปราศจากลม หลีซู่เดินเข้าในห้องอย่างเรียบ ๆร้อย ๆ ก่อนอื่นค้อมกายคารวะผู้อาวุโสเซินเป็นสิ่งแรก
“มีเรื่องอันใด? ดูจากสีหน้าของอาซู่เจ้า คล้ายวิตกกังวลกับเรื่องราวบางประการ” ผู้อาวุโสเซินถามหลีซู่ด้วยสีหน้าอ่อนโยน หลีซู่ผู้นี้เป็นศิษย์ฝ่ายใน ทั้งยังได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากท่านเจ้าสำนักอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นแม้แต่ผู้อาวุโสเช่นมันยังต้องไว้หน้าอีกฝ่ายบ้าง
“บอกไปไม่กลัวผู้อาวุโสหัวร่อเยาะแล้ว ไม่ทราบเพราะเหตุใด ศิษย์รู้จักหวั่นใจอยู่บ้าง” หลีซู่ฝืนยิ้ม
มันแม้เพิ่งเข้ารับภารกิจในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แต่ยังล่วงรู้มากกว่าผู้อาวุโสเซิน นับตั้งแต่ช่วงเวลาที่เริ่มทำนายตำแหน่งที่ตั้งโดยคร่าว ๆ ของซากโบราณสถาน ทางสำนักก็ส่งหลู่เจิ้นกับพวกเข้ามาตั้งสำนักซวีหลิงขึ้นหลายปีมานี้นับว่าทุ่มเทลงไปไม่น้อย สัญญาณทั้งหมดล้วนบ่งชี้ว่าทางสำนักปรารถนาในซากโบราณสถานวิหารเทพสุริยันแห่งนี้เป็นที่สุด
ท้ายที่สุดมันค่อยล่วงรู้ว่าภายในวิหารเทพสุริยันมีสมบัติมหัศจรรย์ชิ้นหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญต่อสำนักเป็นอย่างยิ่ง แต่มันไม่ทราบว่าเป็นสมบัติอันใด แต่เพื่อการนี้ทางสำนักถึงกับส่งผู้อาวุโสด่านหยวนอิงออกมาคนหนึ่ง!
ในช่วงหลายปีที่มันอยู่ในสำนัก ในความประทับใจของมัน เหล่าผู้อาวุโสด่านหยวนอิงล้วนมุ่งมั่นปิดด่านฝึกตน คร่าเคร่งอยู่กับการฝึกฝีม