มิน จึงลังเลว่าจะขออย่างไรดี หรือควรหาวิธีตอบแทนซูเฉินเช่นไร
ใครจะคิดว่าเขาจะยกมันให้นางโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย!
“ซูเฉิน เจ้าแน่ใจหรือ? นี่คือศิลามรดกของนักบุญยุทธ์นะ ข้างในบรรจุมรดกสูงสุดแห่งวิถีนักบุญ หากดูดซับมันได้ก็เท่ากับมีโอกาสจะกลายเป็นนักบุญยุทธ์ในอนาคต เจ้าจะยกให้ข้าอย่างนั้นหรือ?”
“จื่อหลิง ศิลามรดกนั่นนับว่าดีจริง แต่สำหรับข้าแล้วไม่มีประโยชน์มากนัก เช่นนี้เถอะ ศิลามรดกเป็นของเจ้า ส่วนกระบี่กับแผ่นเหล็กนั่นขอเป็นของข้า” ซูเฉินยิ้มบาง ๆ
ในชาติก่อนเขาคือจักรพรรดิยุทธเก้ามังกร ผู้ครอบครองคัมภีร์ลับนับไม่ถ้วน เป็นผู้นำแห่งสิบมหาจักรพรรดิยุทธ์ จะให้เขาสนใจมรดกของนักบุญยุทธ์เพียงผู้เดียวได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น ในสายตาของเขา กระบี่จวินหลินกับคัมภีร์ผนึกเมฆาฟ้า มีค่ามากกว่าศิลามรดกยิ่งนัก หากจะพูดไปแล้ว เขาต่างหากที่ได้ของล้ำค่ากว่า
“ซูเฉิน ขอบคุณเจ้ามาก ข้าจะจดจำบุญคุณนี้ไว้ และจะต้องตอบแทนเจ้าให้ได้ในอนาคต!”
จวินจื่อหลิงมองซูเฉินด้วยแววตาจริงจัง กล่าวออกมาเสียงหนักแน่น
แน่นอนว่านางไม่เชื่อว่าศิลามรดกจะไม่มีประโยชน์กับซูเฉิน แต่เข้าใจดีว่านั่นคือข้ออ้างของเขา
ทว่า นางเองก็แบกภาระไว้มาก ต้องการพลังที่แข็งแกร่ง และมรดกนี้คือนิมิตนั้น นางจึงไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธได้
นางทำได้เพียงจดจำความรู้สึกนี้ไว้อย่างลึกซึ้ง
“ไม่เป็นไร รีบดูดซับศิลามรดกเถอะ ข้าจะคอยคุ้มกันให้”
ซูเฉินกล่าวอย่างอ่อน