เจ้าเพลิงน้อยเมื่อสวาปามเพลิงภูตศิลาหยินเข้าไปจนหมด ก็กลายเป็นโป่งพองจนน่าหวาดเสียวว่าจะแตกระเบิด ร่างกลมดิกของมันยามนี้เป็นสีแดงปนดำ ลอยช้า ๆ ลงมาจากม่านแสงด้านบน เรียกได้ว่าเชื่องช้ายิ่ง ราวกับคนอ้วนที่รับประทานมากเกินไป ค่อย ๆ เยื้องย่างร่างที่ใหญ่โตโป่งพองลงบันไดมา
เจดีย์น้อยไม่ทราบโผล่ออกมาจากที่ใด บินวนรอบกายเจ้าเพลิงน้อยอย่างร่าเริง จากนั้นนั่งแหมะลงบนร่างอ้วนเป่งนั้น
“ต้าเหริน เจ้าเพลิงน้อยใช่เป็นสัตว์อสูรเพลิงหรือไม่?” เซี่ยซานสีหน้าลังเลอยู่บ้าง
“ใช่แล้ว” จั่วม่อพยักหน้ารับตามสัญชาตญาณ
“แล้วสัตว์อสูรเพลิงอื่น ๆ ล้วนทรงพลังเช่นนี้หรือไม่?” เซี่ยซานใบหน้าทอแววนิยมชมชื่น สัตว์อสูรเพลิงแม้ไม่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป แต่ไม่ใช่ของหายาก ที่สำคัญไปกว่านั้น พวกมันราคาไม่แพง บางทีมันสามารถซื้อหาสัตว์อสูรเพลิงมาเลี้ยงสักตัว
มันแม้ไม่ทราบว่าไฟสีดำเมื่อครู่คือเพลิงภูตศิลาหยิน แต่ยังสามารถเห็นพลังของอีกาเพลิงได้อย่างชัดเจน ทราบว่าไฟนี้ไม่ธรรมดาสามัญ เจ้าเพลิงน้อยเมื่อสามารถกลืนกินเพลิงไฟอันร้ายกาจนี้อย่างหมดจดในชั่วลมหายใจเดียว แม้แต่ผู้ที่สมองช้าที่สุด ยามนี้ยังทราบว่าเจ้าเพลิงน้อยไม่รวบรัดธรรมดาแล้ว
จั่วม่อยังรู้สึกงงงันอยู่บ้าง สีหน้าแปลกพิกล “เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้”เซี่ยซานถูมือ กล่าวอย่างหิวกระหาย ”ต้าเหริน เช่นนั้นไฉนไม่ลองให้เฉิงต้าเหรินทดลองเพาะพันธุ์ดู หากสามารถเพาะเลี้ยงเพิ่มเติม