ับเป็นอันดับที่สี่อย่างไม่ต้องสงสัย!
โฉวหลิงยังสามารถทำนายต้นกำเนิดของวิหารเทพแห่งนี้ได้ นี่เป็นวิหารเทพของชนเผ่าใหญ่โตเผ่าหนึ่งในยุคโบราณ เก็บสะสมทรัพย์สมบัติแทบทุกประเภทของชนเผ่านี้
นี่เป็นขุมสมบัติที่แทบจะประเมินค่ามิได้!
ต่อให้พวกมันไม่อาจเทียบได้กับสามหยวนอิง แต่ลำพังสมบัติเล็ก ๆน้อย ๆ ที่อาจหลงเหลือมาถึงมือพวกมัน ก็เพียงพอให้พวกมันพึงพอใจมากแล้ว พวกมันอาจไม่ต้องปล้นชิงไปอีกหลายปีทีเดียว! และหากโชคดียิ่งกว่านั้น ตลอดชีวิตของพวกมันอาจไม่ต้องห่วงกังวลอันใดอีกแล้ว!
ส่วนเรื่องของอันตราย ผู้คนที่ก่อกรรมทำเข็ญเช่นพวกมัน ไยมิใช่ว่าเสี่ยงอันตรายอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว
พวกมันลอบเร้นกายอยู่ละแวกเมืองซวีหลิง แต่หลังจากชมดูการต่อสู้ระหว่างหยวนอิง กระทั่งกลุ่มคนอันดุร้ายเช่นพวกมันยังอดขวัญหนีดีฝ่อไม่ได้ รีบหลบหนีออกจากเมืองซวีหลิงทันที
แต่พวกมันย่อมไม่คิดล้มเลิกความตั้งใจ และหันเหสายตามายังเกาะเต่าที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีแทน
“เราไม่สามารถบุกฝ่าอย่างหักโหมได้ ค่ายกลพิทักษ์เกาะแห่งนี้ไม่รวบรัดธรรมดา เราอาจไม่มีคนมากพอที่จะบุกจู่โจม” เวยลี่เทียนมีดวงตาแหลมคม เพียงมองปราดเดียวก็พบเห็นพลานุภาพอันโดดเด่นของค่ายกลได้ทันที มันเบือนหน้ากลับมา เอ่ยถามลูกสมุนผู้หนึ่ง “อาซิ่น เจ้ารู้จักค่ายกลนี้หรือไม่?”
ซิวเจ่อที่เรียกว่าอาซิ่นมีดวงตาสีขาวอมเทาคู่หนึ่ง บันดาลให้ผู้คนรู้สึกถึงความมืดมนและเงามรณะ
“นั่นคือค่า