นอย่างบ้าคลั่ง หลู่เจิ้นกับพวกแม้อยากหลบลี้หนีหน้าก็ไม่มีปัญญาจากไป
“อา เมื่อใดเบื้องบนจะส่งคนมา!” หวงเจี๋ยคร่าครวญอย่างหวนโหยใบหน้าขมขื่น หากมิใช่ว่าคนเหล่านั้นยังคงระมัดระวังขุมอำนาจเบื้องหลังของพวกมันทั้งสอง เกรงว่าซิวเจ่อป่าเถื่อนเหล่านั้นคงฉีกพวกมันออกเป็นชิ้น ๆ เสียนานแล้ว!
“อีกไม่นาน” หลู่เจิ้นแสร้งทำเป็นเยือกเย็น
ในเวลานี้เอง ตะเกียงน้ามันบนโต๊ะพลันระเบิดแสงสว่างวาบ สุ้มเสียงแกร่งกร้าวทรงอำนาจดังสะท้านทั่วห้อง
“ออกมาต้อนรับ!”
หลู่เจิ้นกับหวงเจี๋ยตะลึงงัน จากนั้นสีหน้าทอแววปลาบปลื้มปิติ พวกมันเหินทะยานออกไปพร้อมกัน หลู่เจิ้นล้วงระฆังหยกใบเล็ก ๆ ออกมา สั่นเบา ๆ สองครั้งครา
เสียงระฆังยาวเยือกกังวานแว่วไปทั่วทั้งพรรคซวีหลิง
ชั่วอึดใจให้หลัง เห็นศิษย์พรรคซวีหลิงนับไม่ถ้วนเหินร่างออกมาจากภูเขา สีหน้าเคร่งขรึม จัดแถวเข้าหากันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เหล่าซิวเจ่อจินตันที่รอคอยมานานจนแทบอดรนทนไม่ไหว ถึงตอนนี้พากันเบิกตากว้าง ต้องการชมดูว่าพรรคซวีหลิงคิดเล่นลวดลายใด บรรดาผู้ที่มีความคิดประเปรียวสีหน้าแปรเปลี่ยนทันควัน ฉุกคิดถึงขุมกำลังที่หนุนหลังพรรคซวีหลิงขึ้นมา ดูท่าสำนักที่อยู่เบื้องหลังพรรคซวีหลิงคิดเปิดเผยตัวตนแล้วหรือไม่?
ลูกศิษย์พรรคนับไม่ถ้วนยืนเรียงรายเป็นสองแถวขนานกัน จากหน้าประตูพรรค ทอดยาวไปถึงหน้าประตูเมืองซวีหลิง พวกมันยืนก้มศีรษะอย่างนอบน้อม ปราศจากสุ้มเสียงสำเนียงใด