่บ้าง “เราผู้เฒ่าต้องมาขอพึ่งใบบุญของท่านประมุขเกาะด้วยแล้ว!”
จั่วม่ออึ้งงันอีกรอบ จากนั้นกล่าวพลางหัวร่อ “ผู้เฒ่าสวี อย่าได้ล้อเล่นแล้ว”
สำหรับบรรดาซิวเจ่อระดับต่า มาขอเข้าร่วมกับมันไม่ใช่เรื่องแปลกแต่สวีเจิ้งเวยเป็นจินตันผู้หนึ่ง สมควรไม่มีปัญหาประสบภัยคุกคามถึงชีวิตกระมัง?
“ยามนี้เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดมีอารมณ์ล้อเล่น” สวีเจิ้งเวยถอนใจยาวเยือก “อา ท่านประมุขเกาะยังไม่ทราบว่าพวกมันทำลายเมืองซวีหลิงอย่างไร! คนป่าเถื่อนเหล่านั้นเอาแต่ต่อสู้เข่นฆ่ากันทุกวัน พวกมันคงไม่ทราบว่าหยุดมือเขียนอย่างไร! มีอยู่หลายครั้งที่เราผู้เฒ่าแทบจะรักษาชีวิตน้อย ๆ เอาไว้ไม่ได้”
เห็นใบหน้าระโหยโรยแรงของสวีเจิ้งเวย จั่วม่อในที่สุดค่อยเข้าใจว่าสถานการณ์ยังร้ายแรงกว่าที่มันคิด รีบปลอบโยนพลางกล่าวว่า “เข้ามาเข้ามา ผู้เฒ่าสวี เข้าไปสนทนากันในเกาะดีกว่า”
กล่าวจบก็นำทางสวีเจิ้งเวยเข้าไปในเกาะ
การต่อสู้ภายในเมืองรุนแรงยิ่ง ก่อนหน้านี้ซางเว่ยหมิงที่เข้าไปสืบข่าวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จั่วม่อจึงเรียกมันกลับมายังเกาะเพื่อความปลอดภัยดังนั้นจนถึงยามนี้ มันยังไม่ล่วงรู้ว่ายอดยุทธ์เหล่านี้แห่แหนกันมาด้วยเหตุอันใด แต่สวีเจิ้งเวยเป็นจินตัน สมควรล่วงรู้เบื้องลึกเบื้องหลังอยู่บ้าง
จริงดังคาด จั่วม่อพอสอบซักอย่างละเอียด เรื่องราวความลับอันยิ่งใหญ่ประการหนึ่งก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ผิวน้า
มีคนเคยได้ยินว่าในละแวกเมืองซวีหลิงมีซากโบราณ