าจะต้องทำความเข้าใจด้วยตัวเอง”
ท่าทีไร้ความรับผิดชอบของเว่ยทำเอาจั่วม่อขุ่นข้องยิ่ง “แล้วอาคมหวงห้ามเล่า? เจ้าไม่ได้บอกว่าแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นสามารถใช้สร้างอาคมหวงห้ามหรอกหรือ? จุดมุ่งหมายของข้าคืออาคมหวงห้าม! เว่ย คิดคดโกงข้าไม่ใช่เรื่องถูกต้อง เจ้าจะเพาะสร้างนิสัยแย่ ๆ เช่นนี้ไม่ได้!”
เว่ยไม่รู้จะหัวร่อหรือร่าไห้ดี “ลองเรียกหามันดู พลังอัศจรรย์จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ”
“เฮอะ! ให้มันจริงเถอะ!” จั่วม่อเพ่งจิตในบัดดล เคล็ดวิชาที่ไม่คุ้นเคยมากมายพลันปรากฏขึ้นในใจ มันตื่นตะลึงเล็กน้อย ค่อย ๆ พิจารณาเคล็ดวิชาเหล่านี้อย่างระมัดระวัง จากนั้นกล่าว “ดีมาก เจ้าไม่ได้คดโกงข้าจริงๆ! เว่ย ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ อย่าได้เลียนเยี่ยงผู เพาะสร้างนิสัยชอบคดโกงข้า เจ้าจะกลายเป็นวายร้ายเหลี่ยมจัดไปเสีย!”
ผูเยาที่ด้านข้างสีหน้าเขียวคล้า
เว่ยหัวร่อดังสนั่น ในใจรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก รอยประทับวิญญาณของแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นนี้เป็นหนามแทงใจมันมาโดยตลอด ในอดีตสิ่งนี้เคยเป็นทั้งความหวังและแรงกดดันต่อมันอย่างสูงคนในเผ่าพากันเข้าใจว่ามันเป็นคนที่มีโอกาสบรรลุแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นมากที่สุดในเผ่า ดังนั้นส่งมอบรอยประทับวิญญาณนี้ให้แก่มัน แต่กระนั้นมันก็ไม่สามารถเข้าใจแสงศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ จนกระทั่งมหันตภัยกรายมาถึงเผ่า มันได้ยินยอมสละตน เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นจิตวิญญาณแห่งศาสตรา จนกระทั่