ิ่งที่ล้าค่าที่สุดของบรรดาแสงศักดิ์สิทธิ์” เว่ยไม่อธิบายเพิ่มเติม เพียงกล่าวต่อไปว่า “แต่นี่ก็เป็นส่วนที่ยากเย็นที่สุดในการถ่ายทอดแสงศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน แสงศักดิ์สิทธิ์เมื่อถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับฟ้าดิน ย่อมยากจะเข้าใจ ทั้งยังทรงพลานุภาพร้ายกาจเกินบรรยาย หากผู้ฝึกปรือไม่ระวัง ภายใต้แสงศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้อาจสามารถกลายเป็นเถ้าธุลีได้ตลอดเวลา”
ผูเยาพอฟังพลันสีหน้าแปรเปี่ยนเป็นปั้นยาก ดวงตาสีเลือดหรี่แคบราวกับคมมีด กระชากเสียงถามอย่างเกรี้ยวกราด “เจ้าคิดทำร้ายมันหรือ?”
มันแม้คาดคิดว่ามีโอกาสที่จะเป็นอันตราย แต่นึกไม่ถึงว่าจะอันตรายถึงเพียงนี้!
“ทำร้ายมัน?” เว่ยหัวร่อเบา ๆ “ก็แค่เสี่ยงอันตรายบ้างเท่านั้น หรือเจ้าจดจำไม่ได้แล้ว ทั้งเจ้าและข้าล้วนอยู่บนเรือลำนี้เช่นเดียวกัน หากเรือพลิกคว่า ข้าไหนเลยจะหนีรอดไปได้”
ผูเยาสีหน้าคลายลงเล็กน้อย นี่ก็ไม่ผิด หากจั่วม่อประสบเหตุเภทภัยเว่ยก็ไม่สามารถหนีรอดไปได้เช่นกัน ยามนี้พวกมันทั้งสามถือว่าเป็นตั๊กแตนบนเชือกเส้นเดียวกัน ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถหลบหนีได้
“เจ้าเข้าใจเรื่องราวมากเท่าใด?” ผูเยาถามด้วยน้าเสียงขุ่นข้อง
“ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย” เว่ยคล้ายไม่เห็นสีหน้าดำคล้าดุจก้นหม้อของผูเยา กล่าวสืบต่อว่า “เวลานี้พลังทั้งสามของมันผสานรวมเป็นหนึ่ง มีสภาพคล้ายคลึงกับยอดยุทธ์โบราณเหล่านั้น หากจะให้กล่าวว่าผู้ใดมีโอกาสสำเร็จมากที่สุด คนผู้นั้นก็ต้องเป็นมัน แม้