งไปยังพี่น้องร่วมเผ่าที่แทบจะลืมเลือนไปแล้ว ปากรำพึงเบา ๆ “นี่ไม่ใช่โลกของเราอีกแล้ว แต่จะอย่างไรมันยังคงเป็นโลกใบเดิมที่เราเคยอาศัยอยู่ทั้งเจ้าและข้าจะไม่คิดทิ้งสิ่งใดไว้เบื้องหลังบ้างหรือ?”
ผูเยายังคงนิ่งงันเฉกเช่นเดิม
ลำแสงนับไม่ถ้วนทอยยกวาดผ่านร่างของจั่วม่ออย่างไม่หยุดยั้ง
จั่วม่อรู้สึกราวกับว่ามันกำลังลอยผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่ในขุมนรกความรู้สึกต่างมันล้วนลิ้มรสมาหมดสิ้นแล้ว ลำแสงทำลายล้างแต่ละสายแทบจะทำลายมันลงได้ทุกขณะ แต่จากนั้นลำแสงแห่งชีวิตจะฟื้นสภาพให้แก่มัน นี่เป็นวัฏจักรแห่งการเกิดดับ ในหนึ่งอึดใจ มันเข้าใจว่าอยู่บนจุดสูงสุดของโลกหล้า จากนั้นเพียงแค่ชั่วพริบตา พลันรู้สึกว่ามีชีวิตอยู่ไม่สู้ตกตาย
พลังงานแสงแต่ละชนิดหลากหลายเหลือคณา แต่ละลำแสงมีพลังแตกต่างกัน รสชาติที่ได้รับย่อมผิดแผกแตกต่างตามธรรมชาติ!
จั่วม่อรู้สึกราวกับว่ามันเป็นไก่ที่กำลังถูกย่าง กลิ้งคลุกไปมาอยู่ในเครื่องเทศสารพัดชนิด
แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นอันใด มันหลงลืมไปนานแล้ว
เจ้าพวกแสงอุบาทว์บัดซบเหล่านี้!
จั่วม่อขบฟันแน่น คิดร่าไห้แต่ไร้น้าตา มันไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย ลำแสงเหล่านี้ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของมัน ไม่ได้สำแดงไมตรีจิตเหมือนเช่นตอนแรกเริ่มอีก
สิ่งที่เลวร้ายยิ่งไปกว่านั้น คือไม่ว่าลำแสงใดจะส่องลงบนร่างมัน จิตใจมันยังคงกระจ่างชัดอยู่ตลอดเวลา นั่นหมายความว่ามันได้ ‘ลิ้มรส’ ทุกลำแสงโดยไม่ขาดตกบกพร่อง