ี่ดื่มชาสนทนากัน ไยมิใช่สุขสำราญใจนัก?”เยวียนซิ่นต้าซือกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “ประเสริฐ ประเสริฐ!”กู้หมิงกงหัวร่อดังกังวาน “เช่นนั้นต่อหน้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสง่าทั้งสองท่าน! เราผู้เฒ่าขอสำแดงความทุเรศแล้ว!”จั่วม่อกับพวกพลันรู้สึกว่ารอบข้างแน่นกระชับเข้ามา ม่านหมอกห้าธาตุบีบรัดพวกมันจากทั่วสี่ทิศแปดทาง ในเวลาเดียวกันหมอกห้าธาตุหมุนคว้างเป็นเกลียว บิดพันรอบกายพวกมันราวกับอสรพิษหลากสีอันโหดเหี้ยม!สายหมอกอันบางเบาไม่ต่างจากโซ่เหล็กที่แข็งแกร่งทนทานถึงที่สุด ไม่ว่าพวกมันจะดิ้นรนสักเท่าใด ก็ไม่อาจขยับได้แม้แต่ปลายเส้นผม!กระทั่งสังขารปิศาจมหาทิวาของจั่วม่อ แม้ดิ้นรนอย่างสุดกำลังยังไม่ได้ผล ยิ่งดิ้นรนมากเท่าใด หมอกห้าธาตุที่ปกคลุมรัดพันรอบกายก็ยิ่งทรงพลังขึ้นเท่านั้นหรือว่าวันนี้พวกมันจะต้องจบสิ้นลงที่นี่จริงๆ?
เถียนเหิงปอเลียริมฝีปากเบาๆ ดวงตาหรี่แคบดุจคมมีด มุมปากเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในใจคล้ายมีเปลวไฟลุกฮือโหม เห็นเหยื่ออยู่ที่เบื้องหน้า ความคิดจิตใจของมันเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่จะเข่นฆ่า!ข้างกายมันเป็นซิวเจ่อห้าคน แต่คนละหากไม่มีสีหน้าเย็นเยียบก็เป็นเฉื่อยชา ทว่าล้วนแผ่ซ่านเจตนาฆ่าฟันออกมาโดยไม่มีข้อยกเว้น! ห้าคนนี้ดูคล้ายผู้ที่กรำศึกมาอย่างโชกโชน มีเพียงมือเก่าที่ผ่านศึกมานักต่อนักเท่านั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าการศึกครั้งใหม่ จึงจะยังมีท่าทีสงบเยือกเย็นได้เช่นนี้!เมื่อรวมเถียนเหิงปอเข้าไปด้วย ก็เร