นเตือนใดๆ ค่ายจูเชวี่ยทั้งเบื้องสูงเบื้องตํ่าราวกับถูกฉีดด้วยเลือดไก่ ล้วนคึกคักฮึกเหิม ถูมือไปมาอย่างหิวกระหาย ดวงตาแดงเรื่อของพวกมันกวาดมองขึ้นลงหลายรอบ เพ่งมองยุทธภันฑ์เวทที่ประดับร่างกายของเซียนกระบี่ศัตรูอย่างไม่วางตา“ต้าเหริน ให้เราลองไปหยั่งเชิงดูดีหรือไม่” เหลยเผิงเบิกตาโปนโต คำรามออกมาด้วยสีหน้าสัตย์ซื่อไร้เดียงสาม้าฝานเค้าความเฉื่อยชาบนใบหน้าหายวับไปทันที ถ่มก้านหญ้าออกจากปาก ลอบยกนิ้วชมเชยเหลยเผิงคราหนึ่ง พอได้ยินเช่นนี้ เหนียนลู่ราวกับเสกมนตรา บนฝ่ามือปรากฏกระจกเงาบานเล็กๆ อีกมือหนึ่งถือหวี จัดแต่งทรงผมหน้ากระจกเซียนกระบี่สังกัดหน่วยเทียนฟงคนอื่นๆ พากันยืดอกขึ้นพยายามทำตัวให้ดูเหี้ยมหาญสมกับเป็นยอดฝีมือมากที่สุดเจ้าเล่ห์นัก!เจ้าพวกนี้ชิงลงมือก่อนอีกแล้ว!กองร้อยอื่นๆ พากันถลึงตามองหน่วยเทียนฟงอย่างไม่สบอารมณ์ หลายคนเผยสีหน้าขุ่นเคือง เจ้าเหลยเผิงดูทื่อด้านโง่งมแต่ไฉนชิงลงมือก่อนผู้คนทุกครั้งไป?กงซุนชาขบคิดแวบหนึ่ง จากนั้นผงกศีรษะอนุญาต“ระมัดระวังให้มาก เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก”มันเพิ่งเคยพบเห็นกระบวนทัพเช่นนี้เป็นครั้งแรก ปล่อยให้ม้าฝานกับพวกออกไปลองหยั่งเชิงดูก็ดี จะได้ช่วยให้มันชมดูกระบวนทัพนี้ได้กระจ่างชัดขึ้นม้าฝานกับพวกปิติยินดียิ่ง ไม่ว่าจะอย่างไร พวกมันประสบความสำเร็จในการได้ลงมือเป็นพวกแรก!กระทั่งม้าฝานที่ปกติมีนิสัยชืดชา ยามนี้ยังรู้สึกฮึกหาญตะโกนปลุกใจสุดเสียง “