หมิงเลี่ยกับซงเยวียนที่น่าสงสาร ยังไม่ทันจะเข้าถึงเป้าหมายกลับต้องเผชิญเภทภัยจากการซุ่มโจมตีของเหลียงเวย แม้ว่าหมิงเลี่ยรักษาความตื่นตัวไว้ตลอดเวลา ทำให้ไม่เกิดความเสียหายร้ายแรงนัก แต่ยังคงเสียขบวนรวนเรไปบ้างความเคียดแค้นชิงชังที่มีต่อซิวเจ่อของเหลียงเวยสลักลึกลงไปในกระดูก นับจากศึกแห่งโศกนาฏกรรมคราวนั้น กองกำลังของมันส่วนใหญ่เป็นผู้โชคดีที่เหลือรอดจากกองพลนํ้าค้างเยือกแข็ง พอพบเห็นหมิงเลี่ยกับเหล่าซิวเจ่อ พวกมันก็ดวงตาแดงฉานด้วยสายเลือด บังเกิดความคิดฆ่าฟันอย่างเปี่ยมล้นฝั่งหนึ่งตระเตรียมอยู่นาน อีกฝ่ายตอบสนองอย่างฉุกละหุกแม้ว่าหน่วยทัพของเหลียงเวยไม่มียอดฝีมือ แต่ยังคงไล่เข่นฆ่ากองทัพของหมิงเลี่ยอย่างย่ามใจหมิงเลี่ยสีหน้าเคร่งเครียดเย็นชา กองกำลังดักซุ่มเบื้องหน้าแม้ระดับฝีมือไม่สูงเยี่ยมนัก แต่เหี้ยมหาญบ้าระหํ่า ลงมืออย่างไม่คิดเสียดายชีวิต!มันเพ่งตามองแม่ทัพหนุ่มหล่อเหลาที่ใจกลางกระบวนทัพฝ่ายตรงข้าม ในใจเต็มไปด้วยความสะท้านสะเทือน หมิงเลี่ยคุ้นเคยกับระบบกองทัพของอสูรปิศาจดี กองกำลังที่สามารถไล่ต้อนกดดันมันในยามนี้ ถึงกับไม่ใช่กองทัพหลักของเผ่าอสูรด้วยซํ้า! ยิ่งไปกว่านั้น แม่ทัพหนุ่มผู้นี้ที่แท้เป็นเพียงแม่ทัพบัญชาการศึกระดับเงิน!เป็นไปได้อย่างไร?กองกำลังธรรมดาของเผ่าอสูรร้ายกาจถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด? แม่ทัพบัญชาการศึกระดับเงินผู้หนึ่งกลายเป็นทัดเทียมกับมันตั้งแต่เมื่อใด?หมิ