ด้พัฒนาไปจนถึงขีดสุดของการเติบโตในขอบเขตขั้นนี้ หากฝ่าด่านทั้งที่ร่างกายยังไม่สุกงอม ต่อไปขีดจำกัดความสามารถของสังขารร่างกายของมันจะลดถอยลงเรื่อยๆ”ผูเยาเข้าใจทันทีว่าเว่ยหมายถึงสิ่งใด สีหน้ามันกลายเป็นหนักอึ้งเช่นกัน มันมีภูมิรอบรู้เหนือผู้คน เคยพบเห็นอัจฉริยะมากมายที่เอาแต่ไล่ไขว่คว้าหาความรุดหน้าในวิถีบำเพ็ญเพียร จนไม่ได้สร้างรากฐานที่มั่นคงตั้งแต่ยังเยาว์วัย ความสามารถในการรักษาสมดุลพลังบำเพ็ญเพียรของพวกมันขาดพร่องไปมาก นำมาสู่ความพินาศแตกดับในภายหลังทั้งสองจมลงไปในความเงียบงัน ได้แต่จ้องมองจั่วม่ออย่างหวาดวิตกจั่วม่อไม่ล่วงรู้ว่ามันอยู่ในช่วงคับขันอันตรายยิ่ง มันเพียงรู้สึกว่าทั่วร่างคล้ายจมอยู่ในหินหลอมเหลว ในร่างเต็มไปด้วยพลังอันไร้ที่สิ้นสุด ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดสามารถขวางรั้งมันได้ความป่าเถื่อน คลุ้มคลั่งและสัญชาตญาณทำลายล้างที่เก่าแก่ที่สุด ควบคุมจิตใจมันอย่างสมบูรณ์จั่วม่อปรารถนาจะกู่ร้อง มันต้องการตวาดให้กึกก้อง มันกระหายการทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง!คล้ายมีกำแพงล่องหนชั้นหนึ่งห้อมล้อมรอบกายมัน พายุลมแกร่งผสานกับเม็ดทรายผลึกทองที่ไร้ผู้ต้านจนถึงเมื่อครู่ ถูกปิดกั้นไว้ที่ด้านนอกอสุภประหลาดเพ่งตามองผ่านพายุทราย จับจ้องไปยังจั่วม่อจากนั้นสายตาหยุดลงบนแผ่นอกของจั่วม่อกระแสเย็นฉํ่าบางเบาสายหนึ่งไหลผ่านหัวใจของจั่วม่ออย่างเงียบเชียบในเวลาเดียวกัน ภายในเรือขนส่งทาสลำหนึ่ง อากุ่ยคล