็นลูกไฟสีส้มดวงหนึ่ง!ความร้อนแผดเผารุนแรงพลุ่งเข้าปะทะหน้า จั่วม่ออดผงะถอยหลังหลายก้าวไม่ได้ต้านทานคลื่นความร้อนระลอกแล้วระลอกเล่า มันรู้สึกขนคิ้วกำลังลุกไหม้ จั่วม่อจ้องมองลูกไฟในมืออสุภประหลาดอย่างตื่นตระหนก!ความร้อนอันร้ายกาจ! เปลวไฟอันร้ายกาจ!กลุ่มไฟสีส้มแดงแตกปะทุดุจดวงอาทิตย์น้อยๆ เปลวไฟนี้ร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวไฟใดที่จั่วม่อเคยรู้จัก ท่ามกลางเปลวไฟสีส้มแดง อาจมองเห็นเม็ดทรงกลมเล็กๆ อย่างเลือนราง“นี่เรียกว่าเมล็ดผลึกสุริยัน ในอดีตเป็นเมล็ดของสัญลักษณ์ศึกแห่งชนเผ่าสุริยัน อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ชนเผ่าสุริยันสมควรดับสูญไปหมดสิ้นแล้ว ของสิ่งนี้ไม่อาจกลายเป็นสัญลักษณ์ศึกสุริยันได้อีกต่อไป” อสุภประหลาดกล่าวพลางจ้องมองจั่วม่อ“เจ้าอยากได้หรือไม่?”สมบัติ! สุดยอดสมบัติลํ้าค่า! ของวิเศษอันยากจะหาใดเสมอเหมือน!จั่วม่อเป็นมือเก่าอันชํ่าชองเกี่ยวกับสมบัติ เพียงมองปราดเดียวมันก็ทราบได้ทันที ว่ามูลค่าของลูกไฟนี้ยังเหนือลํ้ากว่าทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายมันรวมกันเสียอีก จับจ้องมองดูลูกไฟ ในใจรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่ยังกัดฟันตอบรับอย่างไม่ลังเล “อยากได้!”อยากได้! ย่อมอยากได้! ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม!“อืมม์ มันยังร้อนแรงเกินไปบ้าง เจ้ายังไม่สามารถทานทนได้ข้าจะช่วยเจ้าผนึกเอาไว้ก่อน วันหนึ่งเมื่อเจ้ามีพลังเพียงพอ ค่อยปลดผนึกมันออกมา”อสุภประหลาดพอกล่าวจบคำ ไม่เห็นมันกระทำอันใด แต่ลูกไฟสีส้มแดงม