รินลดเสียงลงกระซิบข้างหูมัน “เจ้าต้องพากเพียรฝึกปรือเคล็ดเยียวยารักษาของร่างทองบรรลุธรรมให้จงหนัก ในค่ายเรามีผู้คนจำนวนมาก ลองคิดดูเมื่อถึงเวลาจะสามารถประหยัดจิงสือได้มากมายเท่าใด… …”จงหยูเบิกตาโพลง จากนั้นแยกเขี้ยวหัวร่อออกมา
“ต้าเหริน นี่เห็นทีจะไม่ได้การแล้ว “ รองแม่ทัพสีหน้าซีดเซียว สุ้มเสียงขมขื่นหาใดเทียบหลันใบหน้าสงบดุจบ่อนํ้าโบราณไร้ระลอก “พวกเราสูญเสียไปเท่าใด?”“ถูกสังหารไปอีกสองร้อยคน บาดเจ็บร่วมสามร้อย!”รองแม่ทัพเมื่อรายงานความสูญเสีย สีหน้ายํ่าแย่ยิ่ง นับตั้งแต่พวกมันย่างเท้าเข้ามาภายในมหานครนภาโลหิต ภายในชั่วระยะเวลาสั้นๆ เพียงสี่ชั่วยาม กลับเผชิญการซุ่มโจมตีถึงหกระลอก! จนถึงยามนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตสูงถึงหนึ่งพันคน รวมแล้วเสียหายไปมากกว่าหนึ่งในสิบของทั้งกองทัพแล้วการโจมตีของอีกฝ่ายดุดันรุนแรงยิ่ง ทั้งยังยากจะคาดการณ์ ในมหานครนภาโลหิตแห่งนี้ ศัตรูคล้ายสามารถไปมาได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายสามารถทำเช่นนี้อย่างไรมหานครนภาโลหิตเป็นสมรภูมิที่เหมาะสมกับอสูรปิศาจ แต่ภายใต้ข้อได้เปรียบนี้ พวกมันกลับถูกมัดมือมัดเท้า สะกดข่มไว้โดยราบคาบ แต่เหล่าซิวเจ่อที่โจมตีพวกมัน กลับดูเหมือนไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย ประดุจมัจฉาในวารี ท่องทะยานได้ดั่งใจปรารถนาอีกฝ่ายทำเช่นนี้ได้อย่างไร?หลันทอดตามองไปยังที่ห่างไกล ถามว่า “อีกนานเท่าใดเราจะสามารถไปถึงแนวป้องกันหลัก?”“การโ