น้าวางท่าออกจากทะเลแห่งจิตสำนึกไปผูเยาสีหน้าไม่เป็นมิตรอย่างรุนแรง นัยน์ตาสีเลือดมืดทะมึนจ้องมองเว่ยอย่างเย็นชาเว่ยสบตาผูเยาอย่างเยือกเย็น “ตามที่เราตกลงกัน ข้าจะไม่ถ่ายทอดทักษะปิศาจให้แก่มัน”“จงสำนึกในสถานการณ์ของเจ้าเอาไว้ให้ดี อย่าพยายามท้าทายขีดความอดทนของข้า”ผูเยาหรี่ตามอง กล่าวเสียงเย็น “ข้าได้ปิดผนึกป้ายศิลาน่าสังเวชของเจ้าเอาไว้แล้ว ข้าอาจไม่มีปัญญาทำลายมัน ฮี่ฮี่ แต่หากเจ้ากระตุ้นโทสะข้า คงสามารถคิดถึงผลลัพธ์ที่ตามมาได้”“ไม่ต้องขู่ขวัญข้าแล้ว” เว่ยตอบโต้อย่างไม่กลัวเกรง “ข้าไม่เคยละเมิดคำสาบานของข้า”“จุ๊จุ๊ ช่างสูงส่งโดยแท้! มิทราบว่าผู้สูงส่งอย่างเจ้า ไฉนต้องแสร้งปลอมตัวเป็นต้าเหรินด้วย?”“คำสาบานคือเจตจำนงอันมุ่งมั่น การกระทำที่ไม่ละเมิดเจตจำนงถือเป็นกุศโลบาย ไม่มีผิดถูกอันใด”“เล่นลิ้น!”“เจตจำนงของข้า!”จั่วม่อได้รับเวทวิชาระดับหกมาอย่างคาดไม่ถึง ยามนี้อารมณ์ผ่องใสยิ่ง อันที่จริงมันคาดเดาตัวตนของเว่ยได้แต่แรกแล้ว เนื่องเพราะมันสังเกตเห็นแสงผนึกบนป้ายศิลาสุสาน ผูเยาต่อให้เย่อหยิ่งถือดีกว่านี้ก็ไม่สามารถนำดวงวิญญาณอื่นเข้ามาในทะเลจิตสำนึกของจั่วม่อได้อย่างสะดวกดาย เมื่อครั้งนั้น ตอนที่ผูเยาเข้าสู่ทะเลจิตสำนึกของมัน ยังก่อให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายตั้งมากมาย แล้วผู้อื่นไหนเลยจะล่วงลํ้าเข้ามาในทะเลแห่งจิตสำนึกได้โดยที่จั่วม่อไม่ทันรู้สึกตัว?ยิ่งไปกว่านั้น มันยังสังเกตเห็นว่าท่