ความร้อนของสนามประลองในคุกเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ห้วงเวหาอันมืดมิดกลายเป็นสีแดงเข้ม คลื่นความร้อนที่มองไม่เห็นโถมซัดมาจากทุกทิศทางบิดเบือนทุกสิ่งทุกอย่างในครรลองสายตา ชิงฮวาเสวี่ยรู้สึกราวกับว่านางกำลังตะลุยผ่านสายธารหินหลอมเหลวอันกว้างใหญ่ อาจถูกแผดเผาลุกเป็นไฟได้ทุกเมื่อบุปผาฟ้าครามในมือนางประหนึ่งเปลวเทียนกลางสายลม คล้ายจะมอดดับลงได้ทุกขณะจิตเซียวม่อเกอที่ถูกปกคลุมอยู่ในเปลวไฟที่ฝั่งตรงข้าม ดูคล้ายลูกไฟบิดเบี้ยวเกรี้ยวกราด ซึ่งนางไม่อาจมองเห็นได้ชัดตาสิ่งที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงที่สุด คือกระทั่งจิตสำนึกของนางก็ไม่อาจสัมผัสถึงเซียวม่อเกอได้!ชิงฮวาเสวี่ยช่วยไม่ได้ ต้องแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อบุปผาฟ้าครามที่ล่องลอยเต็มท้องฟ้าเริ่มแสดงสัญญาณว่าจะหลุดออกจากการควบคุม การเชื่อมโยงระหว่างพวกมันกับนางยิ่งมายิ่งเบาบางลงทุกขณะเพียะ เพียะ เพียะ! เสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินดังระรัวในโสตประสาทของนาง ไม่ต่างจากฟ้าผ่ากลางฤดูใบไม้ผลิ บุปผาฟ้าครามเจ็ดดอกกับจิตสำนึกของนาง ความสัมพันธ์ถูกสะบั้นขาดไป!ชิงฮวาเสวี่ยใบหน้าเผือดขาวในบัดดล!นับตั้งแต่ที่นางเริ่มฝึกปรือศาสตร์บุปผาฟ้าครามเป็นครั้งแรก เหล่าบุปผาสีฟ้างดงามเหล่านี้ดุจดั่งสหายสนิทของนาง เชื่อมโยงกับจิตใจนาง นางมักเล่นกับพวกมัน บอกความลับในใจนางแก่พวกมัน นางไม่เคยต้องเผชิญกับปัญหาการฝึกปรือศาสตร์อสูรอันซับซ้อนที่บันทึกไว้ในศาสตร์บุปผาฟ้าครามแม้แต