จั่วม่อลืมตาขึ้น รู้สึกปวดศีรษะแทบระเบิด ค่อยนึกขึ้นได้ในที่สุด ว่ามันกับศิษย์พี่ร่ าดื่มตลอดทั้งคืน ดูเหมือนว่าจะเมามายจนสติแตก ทั้งร้องเพลงและเต้นรำ มันไม่รู้ด้วยซ้ าว่าสุดท้ายพวกมันล้มตัวลงนอนได้อย่างไรมันดิ้นรนลุกขึ้น เดินออกจากห้อง ด้านนอกยังคงสลัวมัวหม่นด้วยสายหมอกไม่ไกลออกไปนัก เซี่ยซานกำลังขอรับคำชี้แนะจากเหวยเสิ้งอย่างเรียบๆ ร้อยๆมันฟังไปฟังไป บางครั้งพยักหน้ารัวๆ เชื่อฟังประดุจลูกสมุนผู้หนึ่ง จั่วม่อแย้มมุมปากหัวร่อฮี่ฮี่โดยไร้เสียง ต้องเป็นเพราะนิมิตแห่งฟ้าดินของศิษย์พี่ ที่ขู่ขวัญเซี่ยซานจนขวัญหนีดีฝ่อจั่วม่อไม่ได้รบกวนพวกมัน แต่เดินเรื่อยเปื่อยไปทางหนึ่ง เรือขนส่งทาสทั้งห้าลำแยกออกจากกัน เรียงรายเป็นวงล้อมรอบค่ายที่ตั้งอยู่ด้านในเมื่อจู่ๆ เพิ่มสมาชิกสุดแกร่งผู้หนึ่งเข้ามาอย่างฉับพลัน ขวัญกำลังใจของทุกคนพุ่งทะยานขึ้น พวกมันยิ่งทุ่มเทความพยายามในการฝึกปรือของแต่ละวันมากกว่าเดิมนิมิตแห่งฟ้าดินเมื่อยามที่เหวยเสิ้งฝ่าด่านจินตัน ไม่ได้ขู่ขวัญเฉพาะเซี่ยซานผู้เดียวอาเหวินพอฟื้นคืนสติ หวนนึกถึงว่ากับแค่สัตว์ร้ายวิญญาณภูตตนเดียว ถึงกับบีบคั้นมันเข้าสู่ตาจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าต้าเหริน อาเหวินสลดหดหู่ยิ่งนับตั้งแต่รุ่งเช้าวันถัดมา มันก็เริ่มวิ่งพล่านไปรอบๆ ค่าย หวังว่าจะพบพานสัตว์ร้ายวิญญาณภูตตนอื่น เอามาเซ่นคมหอกเพื่อปลอบประโลมจิตใจ เห็นเช่นนั้น เจ้าตัวคลั่งสงครามอย่างสือผิ่