ประวัติศาสตร์ของตระกูลเป็นแน่เหล่าผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจพากันขมวดคิ้วนิ่วหน้า ไม่มีผู้ใดเอ่ยปาก“ทุกคนมีความเห็นอย่างไร?” ผู้ที่กล่าววาจาคือประมุขตระกูล บิดาของคังเจ๋ออย่างไรก็ตาม แม้ว่าคังเจ๋อมีบิดาเป็นประมุขตระกูล แต่ในห้องนี้ ย่อมไม่มีที่ทางให้มันนั่ง อันที่จริง หากมิใช่ว่าคังเจ๋อประสบความสำเร็จในการติดต่อเจรจากับจู่เหรินของกระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้าง มันกระทั่งคุณสมบัติเข้ามาในห้องนี้ยังไม่มี“สมาพันธ์อัจฉริยะจะไม่ยอมเลิกรา” หนึ่งในผู้อาวุโสกล่าวอย่างลังเล “หากล่วงเกินสมาพันธ์อัจฉริยะ สำหรับเราย่อมไม่เป็นผลดี”“เรื่องนี้ผู้ใดก็ทราบ ยังต้องให้เจ้ากล่าวไร้สาระอีกหรือ?” อีกหนึ่งผู้อาวุโสไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่ดี แค่นเสียงขัดคออย่างเย็นชา จากนั้นกล่าว “แต่อย่าลืมว่ามันล่วงรู้ศาสตร์รอยแผลสีเทา!”“นั่นเป็นเพียงคำพูดของมันฝ่ายเดียว อาจไม่เป็นความจริง”ทั้งห้องตกลงสู่การถกเถียงวุ่นวายในบัดดล หลายคนตะโกนโต้ตอบ หลายคนหน้าแดงคอพอง บางคนถลกแขนเสื้อเตรียมลงไม้ลงมือ คังเจ๋อระบายลมหายใจยาวกลับรู้สึกผ่อนคลายลงกว่าเดิมประมุขตระกูลสุดจะทานทนอีกต่อไป ตวาดเสียงต่ าลึก “หยุด!”เสียงเอะอะโวยวายค่อยสงบลงในที่สุด ประมุขตระกูลกวาดตามองไปด้านหนึ่ง“ผู้อาวุโสสูงสุด ท่านมีความเห็นอย่างไร?”“พวกเจ้าคงได้ชมดูหกปัญหาทลายคุกแล้วกระมัง?” ผู้อาวุโสสูงสุดลืมตาขึ้น สุ้มเสียงแหบแห้ง ถามคำถามที่คล้ายไม่เกี่ยวข้องก