“ลูกพี่ลูกน้องของหนานเยว่ดูแปลกพิกลโดยแท้” อสูรต้นไม้โบกกิ่งก้านอย่างเร่งร้อน พ่นวาจาออกมารัวๆ ราวกับน้ าพุพ่นน้ า “ไม่ได้มีตรงไหนคลับคล้ายหนานเยว่แม้แต่น้อย มองปราดเดียวก็ทราบว่ามิใช่ตัวดีอันใด ไฉนหนานเยว่มีลูกพี่ลูกน้องเช่นนี้น่าประหลาดเสียจริง… …”เสียงแค่นอย่างเย็นชาดังมาจากกลุ่มก้อนดอกไม้ที่ล่องลอยกลางอากาศ “หุบปาก!”“เป็นไร? เจ้าไม่คิดว่าแปลกหรือ?” อสูรต้นไม้งุนงงอยู่บ้าง “เจ้าแปลกมาก ไฉนไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลก? เจ้าไม่รู้สึกว่าแปลกจริงๆ… …”ฉีรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างรุนแรง ตวาดเสียงต่ า “หุบปากเสียที!”เสียงเจื้อยแจ้วของอสูรต้นไม้ชะงักลงทันควัน มันหุบปากเงียบอย่างเชื่อฟัง กับวาจาของเหล่าซือมันไม่กล้าไม่ใส่ใจ แต่หลังจากเงียบไปหลายอึดใจ มันสุดจะระงับยับยั้งได้จริงๆ เริ่มพึมพำอีกครั้ง “แต่เหล่าซือ ท่านไม่เห็นว่ามันแปลกหรือ… …”ทุกผู้คนอยากจะเป็นลมฉีไม่ทราบจะหัวร่อหรือร่ าไห้ดี อสูรต้นไม้ผู้นี้เป็นลูกหลานของสหายของมันผู้หนึ่ง หากมีโอกาสมันก็มักจะนำอสูรต้นไม้น้อยติดตามไปด้วยเสมอ แต่เจ้าผู้นี้เป็นคนปากมาก ชอบพูดพล่ามไม่รู้กาลเทศะ เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นหรือจะเรียกว่าชอบสอดรู้อย่างรุนแรงก็ไม่ผิด หากถูกบางสิ่งสะกิดความสนใจขึ้นมา รับว่ากัดไม่ปล่อยจนกว่าจะรู้จะแจ้งกันไปข้าง“สนามประลองในคุกอยู่ข้างหน้านี้แล้ว!” ฉีรีบหันเหหัวเรื่อง ชี้ไปยังฉากเบื้องหน้า เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของ