(*อี – ในที่นี่น่าจะเป็นลำดับรุ่นของหลวงจีน เจิ้ง – ซื่อตรง)
มู่ซีเฝ้าสังเกตกองกำลังซิวเจ่อจากระยะไกล ไม่อาจซ่อนเร้นความตื่นตะลึงในดวงตานางได้อีก ไม่ใช่แค่นางผู้เดียว กระทั่งเหยียนฟงผู้มักจะดูแคลนคนทั่วหล้า ยังถึงกับมีสีหน้าแตกตื่นตระหนกกระบวนทัพของกองกำลังซิวเจ่อนี้ไม่ได้เคร่งครัดเข้มงวด แต่สภาวะของพวกมันเชื่อมประสานเป็นหนึ่งเดียว บันดาลให้มู่ซีรู้สึกสั่นไหวเป็นระลอก เจตนาฆ่าฟันหนักหน่วงเก็บงำประดุจคลื่นใต้น้ า การต่อสู้ไล่ล่าอย่างต่อเนื่องระหว่างทั้งสองฝ่าย ทิ้งความประทับไว้ในใจนางอย่างลึกล้ าซิวเจ่อเหล่านี้ไม่ได้แข็งแกร่งทรงพลังมากนัก เพียงคู่คี่ก้ ากึ่งกับคนของนาง แต่ระหว่างการต่อสู้ไล่ล่าหลายครั้งหลายหน ฝ่ายนางไม่อาจช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบได้แม้แต่ครั้งเดียวสายตานางมองไปยังบุรุษหนุ่มชุดขาวที่อยู่ตรงใจกลางกองทัพ พลันบังเกิดความรู้สึกว่า คนผู้นี้อาจจะเป็นคู่แข่งชั่วชีวิตของนางเองในการปะทะแต่ละครั้ง ซิวเจ่อหนุ่มผู้นี้บัญชาการอย่างเข้มงวด ไม่เนิบช้าไม่เร่งร้อน แฝงไว้ด้วยท่วงท่าของแม่ทัพบัญชาการศึกผู้เกรียงไกร นางอดนับถือเลื่อมใสมิได้คนผู้นี้จะต้องเป็นศิษย์เอกของสำนักใหญ่ที่ได้รับการฝึกปรือมาเป็นอย่างดี สิ่งนี้อาจพบเบาะแสได้จากผู้คนรอบกายมัน เพื่อที่จะปกป้องคุ้มครองมัน คนเหล่านั้นไม่เสียดายชีวิตตัวเองมู่ซีดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ ทะยานออกจากแถวทัพ ประสานมือกล่าวเสียงดังกังวาน “ผู้