ี๋เฉิงกับจั่วม่อล้วนมีสีหน้าปิติยินดี ผีเสื้อแฝดตัวนี้เป็นสัตว์ปราณระดับห้าจริงๆ!“ข้าเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณระดับห้าสำเร็จแล้ว! ข้าเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณระดับห้าสำเร็จแล้ว!” ฉุนอวี๋เฉิงผู้ลิงโลดยินดีได้แต่พึมพำเบาๆ ไม่มีปัญญากล่าวอะไรมากกว่านี้การเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณระดับห้าเป็นความใฝ่ฝันของมัน มันแม้มีพรสวรรค์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณ แต่ถือกำเนิดจากสำนักเล็กๆ เทียบกับบรรดาศิษย์สำนักใหญ่ที่มีทรัพยากรพร้อมสรรพแล้ว ต้นทุนที่มันมีก็จำกัดจำเขี่ยยิ่ง การเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณระดับห้าสมควรเป็นเป้าหมายสูงสุดตามขอบเขตขีดจำกัดของมัน มันทุ่มเททำงานเพื่อเป้าหมายนี้ตลอดมาแต่วันนี้เป้าหมายที่เคยคิดว่าจะต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนไปทั้งชีวิต กลับสำเร็จลุล่วงเสียแล้วฉุนอวี๋เฉิงรู้สึกคล้ายเป็นความฝันอยู่บ้าง เหนือจริงอยู่บ้าง ท่ามกลางความปิติยินดี เป็นความเคว้งคว้างเลื่อนลอยสายหนึ่ง เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตมัน ถึงกับเสร็จสิ้นลงอย่างง่ายดายเช่นนี้เองมองดูความลิงโลดยินดีระคนสับสนงุนงงของศิษย์น้องเฉิง จั่วม่อแย้มยิ้ม มันเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของศิษย์น้องเฉิงตอนนี้เป็นอย่างดี มันยัดม้วนหยกม้วนหนึ่งเข้าไปในมือศิษย์น้องเฉิง จากนั้นเดินออกจากห้องเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณฉุนอวี๋เฉิงจมอยู่กับความลิงโลดอยู่เป็นนาน สุดท้ายเมื่อสงบใจลง ค่อยพบว่าในมือตัวเองถือม้วนหยกอยู่ม้วนหนึ่งมันลองตรวจสอบเนื้อหาที่อยู่ภายใน ทันใดนั้นสะ