ใต้ม่านรัตติกาล เรือขนส่งทาสห้าลำเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบ“อากุ่ย เราจะไปอาณาจักรทะเลเมฆกันแล้ว” จั่วม่อบอกอากุ่ยที่อยู่ด้านข้างอย่างนุ่มนวล อากุ่ยยืนไร้ชีวิตจิตใจดุจหุ่นเชิดตัวหนึ่ง ดูเปราะบางจนชวนให้ผู้คนเวทนา เมื่อใดก็ตามที่มันหวนคิดถึง ว่าอากุ่ยสละชีวิตต้านทานการโจมตีเหนือเมืองอีกาทองคำ จั่วม่อรู้สึกหัวใจสะท้านสั่นไหวเจ้าดำน้อยยังคงนอนหลับเหมือนเช่นปกติ เจดีย์น้อยกับเจ้าเพลิงน้อยเล่นกันอย่างปราศจากกังวล แต่นกโง่กลับมีพฤติการณ์ไม่ปกติ นางยืนเฝ้าเงียบๆ อยู่ข้างกายอากุ่ย สะบัดขนสีเทาเบาๆ เป็นระยะกงซุนชา ซู่หลง เซี่ยซานและเหล่าแกนนำคนอื่นๆ มารวมตัวกันอยู่บนเรือขนส่งทาสลำนี้ เซี่ยซานหลังจากบรรลุด่านจินตัน มันก็ออกจากหน่วยเทียนฟง รับหน้าที่องครักษ์ส่วนตัวของจั่วม่อ ม้าฝานกลายเป็นผู้บัญชาการหน่วยเทียนฟงอย่างเต็มตัว มีเหนียนลู่กับเหลยเผิงเป็นรองผู้บัญชาการหน่วย ในช่วงเวลานี้เอง การทำศึกอย่างต่อเนื่องยาวนานเริ่มสำแดงผลกระทบออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทุกผู้คนพัฒนารุดหน้าไม่น้อย มีซิวเจ่อสิบแปดคนจากค่ายจูเชวี่ยบรรลุเจตจำนงกระบี่ ดังนั้นจำนวนคนของหน่วยเทียนฟงแทนที่จะลดลงเพราะการออกจากหน่วยของเซียซาน กลับกลายเป็นเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีจำนวนทั้งหมดสามสิบคนส่วนฝ่ายหลอมสร้างเวลานี้ค่อนข้างว่างงาน เนื่องจากความจริงที่ว่าพวกมันทุกคนล้วนใช้ไฟอีกาทองคำ จึงขนานนามค่ายจินวู (ค่ายอีกาทองคำ)อย่างเ