ต้องลอบเดินทางในยามวิกาลมันไม่ชมชอบความมืดมาแต่ไหนแต่ไรในครั้งนั้นมันเพียงต้องการหน้าที่การงานอันมั่นคง ไม่ต้องต่อสู้เสี่ยงชีวิตอยู่ในเงามืด แต่หลังจากภัยพิบัติในอาณาจักรขุนเขาน้อย สถานการณ์ของมันก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เคราะห์ดีที่มันมีวิชาดีๆ ติดตัวอยู่บ้าง จึงสามารถเอาชีวิตรอดมาได้แต่ยิ่งทำให้ความปรารถนาที่จะมีชีวิตอันสงบสุขของมัน รุนแรงขึ้นกว่าเดิมมันไม่ใช่คนทะเยอทะยานหรือมีปณิธานยิ่งใหญ่ การที่แม่นางน้อยยกมันขึ้นเป็นแกนหลักของกองทัพไม่ได้ทำให้มันยินดี ตรงกันข้าม การฝึกที่หนักหน่วงกว่าผู้อื่นทำให้มันยิ่งขมขื่นกว่าเดิม แต่ระดับความรุดหน้าของมันรวดเร็วมาก แม้ว่าจะเป็นตอนนี้มันก็ยังคงเป็นหนึ่งในสองคนที่มีบารมีมากที่สุดในหน่วยเทียนฟงทีแรกมันคาดเดาว่าตนจะรู้สึกเหนื่อยหน่ายในไม่ช้า ชีวิตการฝึกปรืออย่างบ้าคลั่งทุกวี่วันไม่ใช่สิ่งที่มันปรารถนา แต่แล้วกลับต้องตื่นตะลึง มันพบว่าตัวเองมิใช่ไม่ชมชอบอย่างที่คาดไว้ในตอนแรก ตรงกันข้าม มันกลับเริ่มยอมรับกองกำลังนี้ ค่อยๆเริ่มชมชอบกองกำลังนี้ขึ้นมาทีละน้อยไม่ใช่เพราะสิ่งเร้าจากการต่อสู้ ไม่ใช่เพื่อค่ายกลหรือเวทวิชาที่เหล่าป่านครอบครองเหล่านั้น แต่เนื่องเพราะความหวังสายหนึ่ง โดยที่มันไม่ทันสังเกต กองกำลังนี้ทำให้มันรู้สึกถึงความหวัง รู้สึกถึงแสงสว่าง แม้ว่ามันจะต้องเดินอยู่ในความมืดอีกครั้ง ก็หาได้มีความรู้สึกเชิงลบเหมือนในกาลก่อนอีก ทุกคนที่