างดวงตาสาดประกายเจิดจ้า “ประเสริฐยิ่ง!”ทั้งสองสบตากันวูบ คล้ายประกายไฟแลบพุ่งกลางอากาศ ไม่มีผู้ใดยอมอ่อนข้อให้แก่ผู้ใดบรรยากาศภายในเมืองหมิงสุ่ยกลับกลายเป็นตึงเครียดไปในทันที จำนวนซิวเจ่อที่บินผ่านไปมาลดน้อยลงมาก ร้านค้าหลายร้านเมื่อได้ยินข่าวสงครามก็รีบปิดประตูแน่นสนิทเทียนหลิงจื่อกับพวกอีกสองคน เบิกตามองเหอเถาอัสนีคำรนกลุ่มใหญ่ที่ล่องลอยอยู่เบื้องหน้าจั่วม่อ ในปากได้ลิ้มรสชาติขมปร่า พวกมันคราวนี้เตะถูกกระดานเหล็กกล้าอย่างแท้จริง ผู้อื่นมีความเป็นมาลึกลับ ทรงพลังอำนาจยิ่งใหญ่กว่าที่พวกมันคาดคิดเอาไว้มากความขมขื่นในใจพวกมันไม่อาจบ่งบอกบรรยายได้คนที่ยิ่งใหญ่อย่างเจ้า ไฉนแล่นเข้ามายังคูน้ าเล็กๆ ที่น่าสังเวชอย่างเช่นอาณาจักรวารีฟ้านี้เล่า?เจ้าไม่อาจเหลือที่ไว้ให้พวกเรามีชีวิตอยู่บ้างหรือ?ทันใดนั้น นกกระเรียนกระดาษตัวหนึ่งร่อนลงในมือเทียนหลิงจื่อ เทียนหลิงจื่อหลังจากกวาดตาอ่านอย่างรวดเร็ว เงามืดบนใบหน้าก็หายวับไปกับตา แหงนหน้าหัวร่อกระหึ่มผู้นำกองกำลังอีกสองคนจ้องหน้าเทียนหลิงจื่ออย่างขุ่นเคือง พวกมันไม่สามารถขบคิดได้ ต่อหน้าสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้ เจ้าเทียนหลิงจื่อยังจะมีอารมณ์สุขีใดมาหัวร่ออย่างเบิกบานใจถึงเพียงนี้?เทียนหลิงจื่อรีบส่งนกกระเรียนกระดาษให้อีกสองคนผ่านตา พลางแย้มยิ้มอย่างลำพองใจ “เจ้าสำนักเหยียนหยางแห่งสำนักกระบี่ไม้กับเจ้าสำนักเหอชิวแห่งสำนักเมฆาศักดิ์สิทธิ์ พรุ่งนี้จะ