่นทันเวลาหรือไม่?” ลูกสมุนผู้หนึ่งกล่าวอย่างกังวลความคิดของซิวเจ่อทั่วไปนั้นเรียบง่ายยิ่ง เจ้าเมืองอีกาทองคำนำพวกมันออกมาจากอาณาจักรขุนเขาน้อย กลายเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพวกมันโดยไม่รู้ตัว คนส่วนใหญ่สำนึกบุญคุณจับใจ เวลานี้ฟังว่าเจ้าเมืองอีกาทองคำถูกล้อมกักเอาไว้ในหุบเขา พวกมันย่อมพิโรธเดือดดาลยิ่ง“เราจะไปในบัดดล!” เหล่าต้าแค่นเสียงอย่างเย็นชา “เฮอะ พวกมันคิดว่าท่านเจ้าเมืองเป็นไก่ที่อ่อนแอ หมายมาดว่าจะเคี้ยวกินอย่างสะดวกปาก หารู้ไม่ว่าท่านจะเลาะฟันของพวกมันจนเหี้ยนเตียน! การต่อสู้ครั้งนี้จะต้องเป็นสงครามใหญ่อีกครั้ง!”เหล่าต้าแสยะยิ้มแยกเขี้ยว สีหน้าดุร้ายกระหายเลือดมันลุกขึ้น ยืดตัวตรงอย่างฉับพลัน กราดสายตามองสมุนแต่ละคนด้วยเจตนาฆ่าฟันอันเปี่ยมล้น “ผู้ใดกล้าชักช้าอืดอาด คอยดูว่าวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร! ไม่ต้องจัดเตรียมอันใด พวกเราจะไปในบัดดล!”ผู้นำกองกำลังจากอาณาจักรขุนเขาน้อยเหล่านี้อาจเคยหวาดกลัวซิวเจ่อเช่นบรรพชนฟ้ากระจ่าง แต่สำหรับขุมกำลังอื่นในอาณาจักรวารีฟ้า พวกมันหาได้จดจำใส่ใจไม่อย่าว่าแต่ยังมีท่านเจ้าเมืองอีกาทองคำอยู่ที่นั่นด้วยพลังอำนาจของเจ้าเมืองอีกาทองคำฝังลึกอยู่ในใจของเหล่าผู้คนที่ไม่ยอมสยบเหล่านี้ หลายคนยังบังเกิดความคิดอันบรรเจิด หากสามารถเกลี้ยกล่อมท่านเจ้าเมืองอีกาทองคำ นำพาทุกคนกวาดพิชิตไปทั่วอาณาจักรวารีฟ้า ไยมิใช่น่าสนใจยิ่ง?หลังจากผ่านการปลุกเร้าอย่