มิงสุ่ย ศาลาเซียนสวรรค์“คนจากอาณาจักรขุนเขาน้อยเหล่านั้นกล้าอุกอาจก้าวร้าวถึงเพียงนี้ ต่อไปในภายภาคหน้า พวกมันไม่ปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนศีรษะพวกเราหรือ?” บุรุษกลางคนสีหน้าเขียวคล้ า มันผู้นี้เป็นเจ้าสำนักของขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุดในเมืองหมิงสุ่ย …เหยียนหยางแห่งสำนักกระบี่ไม้“เราต้องสั่งสอนให้พวกมันทราบ ว่าที่นี่เป็นดินแดนของผู้ใดกันแน่” ซิวเจ่อหน้าเหลืองดุจขี้ผึ้งกล่าวเบาๆ มันสวมใส่ชุดยาวปักลายทอง ดวงตาเจิดจ้า ท่วงท่าทรงอำนาจ มันคือเจ้าสำนักเมฆาศักดิ์สิทธิ์ …เหอชิวสำนักกระบี่ไม้กับสำนักเมฆาศักดิ์สิทธิ์เป็นสองสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองหมิงสุ่ย เมืองหมิงสุ่ยยังเป็นเมืองที่มั่งคั่งรุ่งเรืองที่สุดในอาณาจักรวารีฟ้า ทั้งยังเป็นที่ตั้งของสี่สำนักในสำนักใหญ่สิบลำดับแรก นอกเหนือจากพันธมิตรร้อยบุปผาที่ถูกจั่วม่อเหยียบย่ าจนราบคาบ สำนักกระบี่ไม้รั้งลำดับที่ห้า สำนักเมฆาศักดิ์สิทธิ์รั้งลำดับที่เจ็ดสุดท้ายคือสำนักวารีทมิฬ อยู่ในลำดับที่สิบบรรดาเจ้าสำนักอื่นๆ ที่อยู่ในที่นี้ล้วนผงกศีรษะเห็นพ้องการที่เจ้าเมืองอีกาทองคำจู่โจมทำลายพันธมิตรร้อยบุปผา ได้ไปสัมผัสถูกเส้นประสาทที่อ่อนไหวของผู้คนจำนวนมาก สำนักกระบี่ไม้กับสำนักเมฆาศักดิ์สิทธิ์ล้วนมีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับพันธมิตรร้อยบุปผา จนใจที่จั่วม่อลงมือทำลายล้างพันธมิตรร้อยบุปผาด้วยความเร็วประดุจฟ้าร้องไม่ทันอุดหู สำนักอื่นๆ ยังไม่ทันจะ