ต่อไป“พวกเราสมควรไปช่วยเหลือค่ายเว่ยหรือไม่?” จงหยูดวงตาทอแววสยดสยองวูบหนึ่ง กระทั่งมันผู้สงบเยือกเย็นที่สุด มองไปยังทะเลเพลิงบนฟากฟ้า ยังรู้สึกหัวใจเต้นกระหน่ าไม่เป็นจังหวะกงซุนชาแย้มยิ้ม “อย่าห่วงไปเลย ซู่หลงกับพวกไม่ได้อ่อนแอแม้แต่น้อย”แม้ว่าศิษย์พี่จะไม่เคยบอกมันว่าผู้ใดเป็นคนดูแลรับผิดชอบค่ายเว่ย แต่มันก็ทราบดี ตั้งแต่เมื่อใดกันที่มันจะต้องไปห่วงกังวลแทนคนลึกลับผู้สามารถทำลายล้างมันจนยับเยินในหมากรุกสงคราม?แม้แต่มันยังกระหายใคร่รู้ ว่าค่ายเว่ยที่แท้แข็งแกร่งปานใดกันแน่กงซุนชาระงับความอยากรู้อยากเห็นของตนอย่างยากเย็น เบนสายตากลับไปยังสมรภูมิที่มันรับผิดชอบ เฝ้ามองค่ายจูเชวี่ยบุกทะลวงใส่ฝ่ายตรงข้ามเป็นระลอก จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันบ้าคลั่งสาดประกายอยู่ในดวงตา แม้ว่าจะเป็นคนลึกลับที่สามารถสยบมันอย่างราบคาบในหมากรุกสงคราม มันก็ไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะยอมรับความพ่ายแพ้การประมือของพวกมันเปลี่ยนจากหมากรุกสงคราม มาสู่สมรภูมิในความเป็นจริงจะมีสิ่งใดสามารถทำให้มันตื่นเต้นมากไปกว่านี้อีก?อาจเป็นเพราะความตื่นเต้นเร้าใจนี้เอง สองข้างแก้มของมันมีสีแดงซ่านลอยขึ้นนี่ทำให้มันยิ่งดูขวยเขินเอียงอายมากขึ้นไปอีก แต่สุ้มเสียงที่ออกจากปากเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร“รวบตาข่าย!”ทะเลแห่งไฟกำลังแปรเปลี่ยน อสรพิษดำบนท้องฟ้าก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการแปลงร่างเช่นกัน สองปุ่มปมบนหน้าผากเติบโตอย่างต่อเนื่อง ราว