ผู้อาวุโสหวัง ผู้อาวุโสเหมยและผู้อาวุโสเซียวรีบออกมาตามคำเชิญอย่างไม่เกี่ยงงอน“เป็นเรื่องราวใดรบกวนเจ้าสำนักถึงเพียงนี้? ยายเฒ่าผู้นี้ชักอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง!” สุ้มเสียงของผู้อาวุโสเหมยทะลวงผ่านเข้ามา ตัวนางยังไม่ทันจะมาถึง สุ้มเสียงกลับนำมาก่อน ผู้อาวุโสเหมยนางนี้รูปโฉมอัปลักษณ์ขัดตา อารมณ์ร้อนแรงวู่วามปานเปลวเพลิง ใบบรรดาผู้อาวุโสทั้งสาม นับนางสูงวัยที่สุดในยามที่บรรลุสู่ด่านจินตันสภาวะทางอารมณ์ก็เลวร้ายที่สุดในคนทั้งสามผู้อาวุโสหวังสวมใส่อาภรณ์สีฟ้า ใบหน้าเปี่ยมไมตรีจิต ประดับด้วยรอยยิ้มสดใสร่าเริง นางดูเป็นกันเอง ชวนใกล้ชิดสนิทสนมได้โดยง่าย ส่วนผู้อาวุโสเซียว ทั้งร่างเต็มไปด้วยรูปโฉมอันเย้ายวนใจ นางถึงกับดูอ่อนเยาว์กว่าซูเยวี่ย มิหนำซ้ ายังงดงามสุดเปรียบปาน“มิผิด หาได้ยากนักที่เจ้าสำนักจะเรียกหาพวกเราทั้งสามพร้อมกัน มีเรื่องสำคัญอันใดเกิดขึ้นกระมัง?” ผู้อาวุโสเซียวกล่าวเสียงหวานหยาดเยิ้ม เต็มไปด้วยเสน่ห์อันชวนลุ่มหลงตายผู้อาวุโสหวังกล่าวอย่างนุ่มนวล “หากเจ้าสำนักมีเรื่องราวใด กรุณาอย่าได้เกรงอกเกรงใจ พวกเรารับประโยชน์จากสำนักทุกวัน เมื่อถึงเวลาออกโรง ย่อมไม่ผลักไสบ่ายเบี่ยง”“ศิษย์ขอบพระคุณผู้อาวุโสทั้งสาม!” ซูเยวี่ยค้อมกายคารวะสามผู้อาวุโสอย่างซาบซึ้ง สีหน้าท่าทีนอบน้อมยิ่ง เหตุผลใหญ่ที่สุดที่นางนั่งในตำแหน่งเจ้าสำนักพันธมิตรร้อยบุปผาอย่างมั่นคง ก็เนื่องเพราะการสนับสนุนของผู