ภายในค่าย“เร็วกว่านี้ได้หรือไม่?” ผูเยาคอยร้องเร่งอย่างอดรนทนไม่ไหวจากทางด้านหลัง“รีบร้อนหาอันใด? ให้ข้าดูเสียก่อนว่ามีสิ่งใดหลงหูหลงตาไปบ้าง!” จั่วม่อค้นไปตามร่างกายของนักพรตเฒ่าอย่างละเอียดถี่ยิบหลายครั้งหลายหน จนกระทั่งแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่แล้วจริงๆ ค่อยโยนนักพรตเฒ่าไปให้ผูเยาอย่างไม่เต็มใจนักผูเยารีบเปลี่ยนเป็นกระแสลมสีดำสายหนึ่ง หอบร่างนักพรตเฒ่าหายวับไป“น่าสงสารยิ่ง!” จั่วม่อสั่นศีรษะอย่างเห็นอกเห็นใจ แต่พอสายตาหันกลับมายังกองสินสงคราม ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มเบิกบานในบัดดล การต่อสู้กับจินตันเป็นขั้นตอนที่เจ็บปวด แต่การตรวจนับสินสงครามเป็นประสบการณ์ที่สุขสำราญบานใจเป็นที่สุดโอ้… …ในร่างของนักพรตเฒ่ามีสมบัติเพียงไม่กี่ชิ้น แต่สมบัติที่มีค่าถึงขั้นต้องตาจินตันย่อมไม่ใช่สินค้าธรรมดาสามัญ ชิ้นแรกคือชุดระฆังทองแดงมารดาบุตร ชิ้นที่สองเป็นก้อนหินสีเขียวรูปร่างคล้ายภูเขาขนาดเท่าฝ่ามือ สุดท้ายคือม้วนหยกสามม้วนจั่วม่อลำดับแรกหยิบระฆังมารดาบุตรขึ้นมาชมดู ประกอบด้วยระฆังทองแดงสีเหลืองหนึ่งใหญ่หนึ่งเล็ก รวมสองใบ ร้อยเชือกแดงผูกไว้ด้วยกันจั่วม่อเห็นว่าน่าสนใจไม่น้อย ทดลองเขย่าระฆังทองแดงเบาๆ คราหนึ่งตง!จั่วม่อไม่ต่างจากถูกสัตว์ร้ายมหึมาพุ่งชนสุดแรง ยังไม่ทันรู้สึกตัว ร่างก็กระเด็นลิ่วไปหลายจั้งอึดใจใหญ่ต่อมา มันค่อยตะกายขึ้นจากพื้น สะบัดหัวเร่าๆ ถ่มเศษทรายออกจากปาก ดวงตาลุกวาบ จ