ภายใต้กระแสปราณกระบี่กว้างไพศาล สตรีซิวเจ่อท่ามกลางเปลวไฟสีม่วงจ้องมองจั่วม่ออย่างลึกล้ า จั่วม่อร้อนรุ่มจนแทบร่ าไห้ออกมา ในเวลาเช่นนี้มันกลับถูกดีดกระเด็นออกมาไกลถึงเพียงนี้ดวงตาสองคู่ประสานกันกลางอากาศ กาลเวลาคล้ายหยุดชะงักลงเพียงแวบเดียว สตรีซิวเจ่อถอนสายตากลับไป เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เผชิญพายุปราณกระบี่ที่สาดซัดลงมาอย่างไม่หวั่นเกรงเพียะ เพียะ เพียะ!บุปผาโลหิตระเบิดระรัวบนร่างนาง นางไม่ใส่ใจไยดีแม้แต่น้อย โลหิตฉีดพุ่งออกมาไม่ขาดสาย สาดกระเซ็นลงในเปลวไฟสีม่วง เปลวไฟสีม่วงประดุจสัตว์ประหลาดกระหายเลือด สูบกลืนโลหิตสดๆ อย่างตะกละตะกลาม ไฟสีม่วงยิ่งโหมลุกโชติช่วง แตกปะทุเพียะพะไม่ขาดหูสองมืออาบเลือดค่อยๆ ยกชูขึ้นเหนือศีรษะ นางทำท่าราวกับกำลังผลักดันขึ้นไปเปลวไฟสีม่วงทั่วร่างไหลบ่าอย่างรวดเร็ว ไปผนึกรวมกันยังสองแขนที่ยกชูขึ้นนี่เป็นเพียงการกระทำที่เรียบง่ายธรรมดาถึงที่สุด ทว่ากลับทำให้ผู้คนที่กำลังชมดู รู้สึกถึงการตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ไม่แปรผันประการหนึ่งสองมือของนางผลักขึ้นอย่างหักโหมเห็นเปลวไฟสีม่วงสองสายทะลักทลายออกจากสองแขนไม่หยุดยั้ง ขมวดพันเข้าด้วยกัน ถักทอประสานกัน กลายเป็นแผ่นจานเปลวเพลิงม่วง ใหญ่โตถึงสิบกว่าจั้งเปลวไฟทุกเส้นสายบนร่างนางไหลบ่าเข้าไปยังแผ่นจานเปลวไฟม่วง ไม่หลงเหลือแม้แต่หยาดหยดเดียวแผ่นจานไฟม่วงหมุนคว้างเหนือศีรษะนาง ทั้งแปลกประหลาดและน่าลุ่มหลงจั่วม่อเห