าดวงดาวที่ห่างไกลที่สุดมันทรุดคุกเข่าข้างหนึ่ง โน้มร่างมาข้างหน้า เป็นท่วงท่าคารวะที่จั่วม่อไม่เคยพบเห็นมาก่อน“ในนามขององครักษ์ทุกข์ยาก ขอติดตามต้าเหริน จงรักภักดีจวบจนชีพมลายไม่จากไป ไม่ละทิ้ง!”สุ้มเสียงของซู่หลงแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ลึกล้ ากังวาน เสนาะหูไม่น้อย“ในนามขององครักษ์ทุกข์ยาก ขอติดตามต้าเหริน จงรักภักดีจวบจนชีพมลายไม่จากไป ไม่ละทิ้ง!”หนึ่งพันองครักษ์ทุกข์ยากทรุดคุกเข่าท่าเดียวกัน คำรามก้องอย่างพร้อมเพรียงจั่วม่อตะลึงลานแล้ว
หยงเวยไม่ได้ล่าถอยออกไปห่างไกลเท่าซิวเจ่ออื่น นางเพียงเฝ้ามองจากระยะไกลบนยอดเขาแห่งหนึ่ง ส่วนบนยอดเขาใกล้เคียง เห็นบุรุษร่างใหญ่กับเซียนเซิงวัยกลางคน นอกจากนั้นยังมีซิวเจ่ออีกหลายคนกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นหนิงม่ายขั้นสามนี่เป็นโอกาสหายาก ที่จะได้ชมดูการต่อสู้ของจินตันด้วยสายตาตัวเองนี่ไม่ใช่เพียงซ้อมมือหรือชี้แนะกระบวนท่า แต่เป็นการต่อสู้ตัดสินเป็นตายจนถึงตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดเคยเห็นเจ้าเมืองอีกาทองคำผู้ลึกลับลงมือต่อสู้ กระบวนท่าโจมตีครั้งเดียวที่มันกระทำ อาจจะเป็นการขับเคลื่อนค่ายกลวงแหวนฟ้าสำเนียงจันทร์ อย่างไรก็ตาม นอกจากได้เห็นว่าฝีมือเชิงค่ายกลของมันลึกล้ าสุดหยั่งถึงแล้วพลังฝีมือเชิงยุทธ์ของมันกลับไม่มีผู้ใดระแคะระคายแม้แต่น้อยนี่จะได้เห็นในศึกครั้งนี้หยงเวยกลับมีความคิดเป็นอื่น กล่าวตามความสัตย์ นางไม่ได้คาดหวังในแง่ดีกับเจ้าเม