่ผิวเรียบเนียนสุกใสดุจทารกเสื้อคลุมสีขาวราวหิมะคลุมร่างไว้อย่างไม่ใส่ใจนักมันเหลือบมองผู้คนที่ซ่อนตัวอยู่ไกลๆ เพื่อชมดูการต่อสู้ทุกผู้คนพลันรู้สึกหัวใจกระตุกวูบ ยิ่งแตกตื่นมากกว่าเดิมตบะบารมีของจินตันดุร้ายยิ่ง!“แม่นางน้อยหยง โหวเหยียสบายดีหรือ?” บรรพชนฟ้ากระจ่างเอ่ยปากเบาๆราวกับกำลังกล่าวถึงดินฟ้าอากาศหยงเวยได้แต่ออกมาทักทาย “ด้วยบารมีของท่านบรรพชน โหวเหยียสบายดี”“อ้อ เช่นนั้นไฉนโหวเหยียพยายามแย่งชิงอาณาจักรเล็กๆ แห่งนี้กับข้าด้วย?”สุ้มเสียงของบรรพชนฟ้ากระจ่างยังคงราบเรียบแผ่วจางหยงเวยใจหายวาบ รู้สึกลมหายใจแทบขาดห้วง เกือบจะล้มคว่ า หนังศีรษะชาซ่าน ได้แต่กล่าวแก้ว่า “ท่านบรรพชนล้อเล่นแล้ว ท่านบรรพชนอยู่ที่นี่ โหวเหยียไหนเลยกล้ายุ่งเกี่ยว เพียงแต่โหวเหยียได้ยินว่าดาวพร่างกลางทิวาปรากฏขึ้นในอาณาจักรขุนเขาน้อย ดังนั้นส่งข้ารับใช้ผู้นี้มาลองตรวจสอบดู ก่อนที่จะมา โหวเหยียยังกำชับให้ข้ารับใช้ผู้นี้เข้าพบ เพื่อคารวะท่านบรรพชนเป็นอันดับแรก เพียงแต่ท่านบรรพชนปิดด่านฝึกตน ข้ารับใช้ผู้นี้จึงไม่มีโอกาสได้พบ”“อ้อ ที่แท้เป็นเช่นนี้” บรรพชนฟ้ากระจ่างผงกศีรษะรับรู้ “เมื่อจบเรื่องนี้ ข้าจะไปเยี่ยมคารวะโหวเหยียด้วยตนเอง ส่วนเจ้า หากต้องการชมดูการต่อสู้ ให้ถอยไปอีกห้าสิบลี้”สุ้มเสียงที่บรรพชนฟ้ากระจ่างกล่าวกับนางช่างอบอุ่นอ่อนโยน แต่มิทราบเพราะเหตุใด หยงเวยรู้สึกหัวใจเย็นเฉียบ นางไม่กล้ารีรอลังเลแม้