กับปราณดาบของเหลยเผิงกับพวกกรีดวาบโดยไร้สุ้มเสียงสีเลือดสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนลำคอของคนทั้งสี่อย่างพร้อมเพรียงพวกมันถลึงตากว้าง ใบหน้าฉาบด้วยความสยดสยอง พวกมันคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่างไม่มีผู้ใดแยแสสนใจพวกมัน เหล่าซิวเจ่อจากหน่วยเทียนฟงไม่มีผู้ใดชายตามองศิษย์พรรคฟ้ากระจ่างทั้งสี่แม้แต่แวบเดียว เพียงพุ่งผ่านพวกมันไปหลังจากสลัดพ้นสิ่งที่อยู่ด้านหลัง ม้าฝานราวกับหัวลูกศรเดียวดายพุ่งลิ่วไปไม่หยุดยั้ง แล้วพลันสะบัดข้อมือ กระบี่แทงกราดไปเบื้องหน้า ปราณกระบี่ที่รวมรั้งไว้เนิ่นนานพลันแตกระเบิดออกมา ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ราวกับห่าพิรุณปราณกระบี่ ทุกผู้คนรู้สึกในสายตากระจ่างจ้า ปราณกระบี่คลุมฟ้าพกพาเจตจำนงกระบี่คมกล้า คลี่คลุมใส่ทุกสรรพสิ่ง ทุกผู้คนรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรงพวกมันขวัญวิญญาณกระเจิดกระเจิง ถลันหลบตามสัญชาตญาณหน่วยเทียนฟงราวกับมีดร้อนตัดผ่าเนยแข็ง ไม่มีผู้ใดต้านติด ตัดแบ่งกองทัพศัตรูออกเป็นสองส่วนอย่างง่ายดายสิ่งที่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด เป็นหกกองร้อยของค่ายจูเชวี่ยแตกต่างจากความคมกล้าสุดเปรียบปานของหน่วยเทียนฟง สิ่งที่หกกองร้อยสำแดงออกมาคือพลังอันดุดัน หากหน่วยเทียนฟงประดุจมีดแหลมคม หกกองร้อยก็เป็นค้อนหนักหกด้าม พกพาพลังทำลายล้างหนักหน่วงสามหมื่นจิน ไม่อาจหยุดยั้งกร้าวแกร่งดุดันสุดเปรียบปาน!ต่อหน้าหกกองร้อย ผู้คนสองพันคนไม่ผิดอันใดกับคนกระดาษ ถูกทะลุทะลวงอย่างง่า