นนี้มีเจตนาสังหารหนักหน่วงที่สุดเท่าที่ข้าน้อยเคยพบเห็นมาทั้งชีวิต! ไม่ทราบว่าผู้ใดสามารถสร้างค่ายกลศึกอันชั่วร้ายเช่นนี้ได้?”“ค่ายกลที่สามารถฆ่าคนล้วนเป็นค่ายกลที่ดี!” เกี่ยวกับประเด็นนี้ บุรุษร่างใหญ่กลับไม่ถือสา มันมองตามการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของค่ายเว่ยเกราะดำอย่างสนอกสนใจเต็มที่เจตนาสังหารคล้ายควบแน่นจนมีรูปลักษณ์ขึ้นมาจริงๆ เหนือศีรษะของแต่ละหมู่ เห็นงูดำหลายตัวส่ายไหวไปมาอย่างเลือนราง บันดาลให้ผู้คนหวาดผวาอย่างสุดระงับยับยั้งผู้คนฝ่ายที่เคยหัวร่อเยาะจั่วม่อก่อนหน้านี้ ยามนี้ได้แต่อ้าปากค้าง หัวใจเต้นระส่ า แม้ว่าพวกมันยังไม่เคยเห็นการโจมตีของกององครักษ์เกราะดำเหล่านี้ แต่เพียงเจตนาสังหารอันน่าตระหนกนี้ ก็มากพอที่จะทำให้คนจำนวนมากสูญเสียความกล้าหาญของพวกมันไป“ร้ายกาจอย่างที่คาด!” จั่วม่อผู้ครอบครองเนตรปราณ สามารถเห็นได้ชัดตากว่าผู้ใด ขอเพียงสัมผัสถูก เจตนาสังหารที่เปลี่ยนเป็นอสรพิษดำจะรัดพันรอบกายศัตรูในบัดดล แต่ละหมู่ทหารราวกับสัตว์ร้ายกินคน ภายในค่ายกลสังหาร พวกมันแต่ละคนดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด ผนวกกับพลังสภาวะอันน่าขนพองสยองเกล้า หากมิใช่ว่าพวกมันฝึกปรือวิชาองครักษ์ทุกข์ยาก ทรหดอดทนเหนือผู้คนทั่วไป ภายใต้เจตนาสังหารอันหนักข้นนี้ เกรงว่าร่างกายคงแตกสลายเสียนานแล้วจั่วม่ออดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ หากค่ายกลศึกนี้ปะทะกับศัตรู จะเป็นเช่นไรกันแน่ อันที่จริงมันอยากแล่นไปถาม