ำลังใจพลุ่งพล่านขึ้นทันทีอาศัยพลังของบทสวดพระสูตรช่วยหนุนเสริม ซิวเจ่อภายในหอรบค่ายกลสงครามแสดงฝีมือได้เหนือกว่ายามปกติ สายฟ้าแกร่งที่ยิงออกไปแม่นยำอย่างน่าสะพรึงกลัว ฝ่ายหอสำนักนอกที่ได้รับบาดเจ็บจากเสียงสวดพระสูตร ตกอยู่ในสภาพอ่อนแอขีดสุดอยู่แล้ว แม้ว่าพวกมันจะยังมีโล่พลังปราณช่วยต้านรับสายฟ้าแกร่ง แต่ยังคงถูกทะลวงร่างอย่างง่ายดาย บุปผาโลหิตสีแดงสดดอกแล้วดอกเล่า บานสะพรั่งติดต่อตามกันอยู่บนท้องฟ้า กลิ่นอายแห่งความตายหนักข้นสาดกระจายไปทั่วหลังจากคลื่นสายฟ้าแกร่งระลอกแรกผ่านพ้นไป บนท้องฟ้าหลงเหลือซิวเจ่อเพียงไม่กี่คนเท่านั้นผู้อาวุโสที่สองเป็นหนึ่งในนั้น ใบหน้าของมันดำคล้ า เหม่อมองกองซากศพบนพื้นดินอย่างงุนงง จากนั้นแหงนหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน แผดเสียงคำรามเกรี้ยวกราดด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด “เจ้าเมืองอีกาทองคำ! กล้าต่อสู้ตัวต่อตัวหรือไม่?”บนเมฆมงคล จั่วม่อเหลือกตา “โง่เง่า”กระทั่งนกโง่ยังอดไม่ได้ ต้องเหลือกตามองบนใส่ผู้อาวุโสที่สองด้วยเช่นกันจั่วม่อพบว่าด้านล่างมันกลับไม่มีสุ้มเสียงใด ต้องบันดาลโทสะขึ้นมา ร้องตวาดลงไป “พวกเจ้ายังรออันใด? หรือคิดเชิญมันเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลอง?”เท่านั้นเอง หอรบค่ายกลสงครามด้านล่างก็แตกฮือ วู้ม ห่าฝนสายฟ้าแกร่งผืนใหญ่พวยพุ่งออกไปอย่างพร้อมเพรียง เจิดจ้าบาดตาเป็นที่สุดผู้อาวุโสที่สองดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายฟ้าแกร่งอย่างน้อยหนึ่งโหล