สุด แต่จะอย่างไรเรื่องราวมาถึงขั้นนี้ มันก็ไม่มีทางทำอะไรได้มากกว่านี้อีกโชคดีที่จิตใจของมันแข็งแกร่งมั่นคง แม้ว่าเกิดเรื่องราวเหนือการคาดคำนวณขึ้นแต่ไม่ได้หวาดหวั่นลนลานแม้แต่น้อยผู้อาวุโสที่สองใบหน้าเต็มไปด้วยความผยองลำพอง เฮ่อเสียงเอ๋ยเฮ่อเสียง เจ้าคงไม่เคยคาดคิดว่าข้าจะมีม่านไหมค่ายกลเมฆาใช่หรือไม่! สามผู้อาวุโสที่ร่วมหัวจมท้ายกับมันก็ปิติยินดีเช่นกัน ขวัญกำลังใจของกองทัพหนึ่งพันห้าร้อยคนทะยานขึ้นถึงขีดสุด แต่ละคนเริ่มเปิดใช้งานเกราะปราณของตนเองเกราะปราณของพวกมันแต่ละคนมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ดังนั้นย่อมเต็มไปด้วยสีสันอันหลากหลาย มองจากที่ห่างไกล เห็นท้องฟ้าคราคร่ าไปด้วยแสงสีอันพราวพร่าง! ภายใต้แสงสีอันยิ่งใหญ่ของเกราะปราณ ปราณเมฆาจางๆ กลายเป็นยิ่งจืดจางกว่าเดิม“ทุกคน ฟังให้ดี” ผู้อาวุโสที่สองกล่าวอย่างแช่มช้า สุ้มเสียงกังวานไปทั่ว “นี่เป็นสงครามสุดท้ายของเรา หลังจากศึกครั้งนี้ พวกเราจะครอบครองเมืองแห่งนี้! คนแรกที่บุกฝ่าเข้าไปในเมืองได้สำเร็จ ข้าจะตอบแทนมันด้วยยุทธภัณฑ์เวทระดับสี่!”เหล่าไพร่พลกลายเป็นตื่นเต้นฮึกเหิมในบัดดล สำหรับซิวเจ่อทั่วไป การครอบครองยุทธภัณฑ์เวทระดับสี่สักชิ้นยากเย็นดุจปีนป่ายขึ้นสวรรค์! ซิวเจ่อเหล่านี้พอฟังดวงตากลายเป็นแดงฉาน หอบหายใจหนักๆ พวกมันรู้สึกโลหิตเดือดพล่าน จิตกระหายสงครามล้นทะลัก ไม่อาจทนรอที่จะโถมเข้าไปเข่นฆ่าแม้แต่ชั่วครู่เดียว!เห็นว่าขวัญกำ