นาน ตรงกลางลาน มีกระถางธูปทองแดงโบราณสูงเท่าตัวคนใบหนึ่งข้างกระถางธูปเป็นบุรุษวัยกลางคน นั่งขัดสมาธิท่าดอกบัวอยู่บนฟูกสมาธิ ล้อมรอบไปด้วยควัน
ทันใดนั้น นกกระเรียนกระดาษตัวน้อยเหินร่อนจากฟากฟั้า พุ่งลงมาอยู่เบื้องหน้าซิวเจ่อวัยกลางคน
บุรุษกลางคนลืมตาขึ้น มองนกกระเรียนกระดาษอย่างแปลกใจ มันรีบคลี่นกกระเรียนกระดาษออกดู หลังจากอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน ค่อยจมลงไปในห้วงความคิดอันลึกซึ้ง
หลังจากนั้นสักครู่ มันเงยหน้าขึ้น สะบัดนิ้ววูบ ลำแสงกระบี่พวยพุ่งหายไป ไม่นานให้หลัง สตรีซิวเจ่อนางหนึ่งเหินร่างลงมา หยัดยืนอยู่ตรงหน้าบุรุษกลางคน ค้อมกายคารวะอย่างชดช้อย “ต้าเหรินเรียกหาข้าด้วยเหตุใด?”
สตรีนางนี้สวมใส่เกราะปราณสีแดงเข้ม รูปโฉมงดงามอ่อนช้อย ท่วงท่าเปียมกิริยามารยาท
“เจ้าทราบเรื่องราวในอาณาจักรขุนเขาน้อยหรือไม่?” บุรุษกลางคนถามอย่างเคร่งขรึม
“ล่วงรู้อยู่บ้าง”
“อ้อ ลองบอกมาฟังดู”
“อาณาจักรขุนเขาน้อยในปัจจุบันถูกควบคุมโดยพรรคฟั้ากระจ่าง หลังจากกองทัพอสูรเดินทัพผ่านไป ปราณธรรมชาติภายในอาณาจักรก็เหี่ยวแห้งสลายตาม พรรคฟั้ากระจ่างชิงปิดกั้นแม่น้ำอาณาจักรเอาไว้ บังคับให้ซิวเจ่อนับไม่ถ้วนถูกกักขังอยู่ภายใน” นางหยุดเล็กน้อย ขบคิดแวบหนึ่ง แล้วกล่าวสืบต่อ “พันธมิตรร้อยบุปผาและสำนักอื่นๆ มีความสัมพันธ์กับพรรคฟั้ากระจ่าง ทำการค้าขายกันเป็นการส่วนตัว”
“พรรคฟั้ากระจ่างช่างขวัญกล้าบังอาจนัก!” บุรุษกลางคนสี