ะบวนท่ากระบี่จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกเท่าใด แต่หากมันกับเหล่าศิษย์น้องลงมือร่วมกัน พวกมันย่อมสามารถสังหารอีกฝั่ายได้อย่างแน่นอน
ถึงจุดนี้ เจิ้งจงเท่ากับพ่ายแพ้ไปแล้ว แต่เปั้าหมายของมันก็ชัดแจ้งยิ่ง มันไม่คิดพยายามเอาชนะหวงจั๋วกวง แต่คิดแย่งชิงเขตแดนลับ ดังนั้นมันตกลงใจลากถ่วงการต่อสู้ออกไป
“ศิษย์น้องของเจ้าจะถูกฆ่าตายทั้งหมด” เจิ้งจงกล่าวอย่างกะทันหัน
หวงจั๋วกวงแย้มยิ้มอย่างไม่แยแส ตอบโต้ว่า “เศษสวะเหล่านั้น ตายก็ตายไปเถอะ ผู้ใดสนใจด้วย?”
บนใบหน้าของมันไม่หลงเหลือร่องรอยเย่อหยิ่งหรือมุทะลุอีก ในดวงตามีแต่ความสงบนิ่งและเย็นชา
เจิ้งจงหัวใจเย็นเฉียบ ตระหนักในทันทีว่านี่เป็นบุคคลอันอำมหิตไร้น้ำใจผู้หนึ่ง แต่ยังคงฝืนกล่าวแดกดันว่า “เจ้าไฉนไม่รีบหลบหนี?”
“หนี?” หวงจั๋วกวงคล้ายได้ยินเรื่องชวนหัวอันน่าขบขันที่สุดในโลก “ไฉนข้าควรจะหลบหนี? ข้าทราบว่าเจ้ากำลังถ่วงเวลา รอให้ศิษย์น้องของเจ้ามาช่วยเหลือ”
สุ้มเสียงของหวงจั๋วกวงไม่มีวี่แววเดือดเนื้อร้อนใจ มุมปากยกยิ้ม ดวงตาค่อยๆ หรี่แคบลง “น่าเสียดายที่เจ้ากลับไม่ทราบ ว่าความแตกต่างในพลังฝีมือระหว่างเจ้ากับข้าไม่ใช่สิ่งที่เพียงอาศัยจำนวนคนก็สามารถถมจนเต็มได้”
เจิ้งจงตื่นตระหนกอยู่บ้าง น้ำเสียงเชื่อมั่นอย่างเปียมล้นของหวงจั๋วกวงไม่ใช่เสแสร้งแกล้งดัด แต่มันยังคงงุนงงสงสัย มันแม้เป็นฝั่ายเสียเปรียบ แต่ความแตกต่างในพลังฝีมือของพวกมันไม่ได้มากมายเท่าที่ห