กล้นาง ทาบมือลงบนไหล่ ตรวจสอบร่างกายนาง
ผลการตรวจสอบนี้ทำให้มันสะท้านขึ้นทั้งร่าง
พลังสีม่วงแปลกประหลาดที่มีอยู่ในร่างของสตรีซิวเจ่อ เบาบางจนยากจะตรวจจับได้ชัดเจน ร่างกายของนางสูญเสียอำนาจยับยั้งดูดรั้งของแสงสีม่วง เผยเค้าลางของการแตกสลายอย่างชัดเจน
จั่วม่อตระหนักอย่างฉับพลันว่าย่ำแย่แล้ว รีบแบกนางขึ้นหลังอย่างไม่ลังเล โผพุ่งขึ้นฟั้าขณะเดียวกันก็กวาดพลังจิตสำนึกสำรวจไปรอบๆ หลังจากเหาะเหินไปครู่ใหญ่ ค่อยพบพานถ้ำภูเขาแห่งหนึ่ง มันแบกสตรีซิวเจ่อเข้าไปในถ้ำ นี่เป็นถ้ำทั่วไป ภายในมีแต่ค้างคาวอาศัยอยู่
เมื่อพวกมันเหินเข้าไปในถ้ำ ฝูงค้างคาวก็ตื่นตระหนกทันที ไหลบ่าออกจากถ้ำเหมือนเมฆดำผืนใหญ่
จั่วม่อสะบัดมือวูบ กวาดทำความสะอาดสถานที่จนหมดจด จากนั้นกางแผ่นฟูกสมาธิกลั่นเกลาดำไว้ด้านล่าง แล้ววางร่างสตรีซิวเจ่อลงอย่างระมัดระวัง
กระบวนท่านี้ได้ผลอย่างเห็นได้ชัด เส้นใยพลังปราณแทรกซึมเข้าไปในร่างของสตรีซิวเจ่อ แล้วเปลี่ยนเป็นแสงสีม่วง ผ่านไปครู่ใหญ่ แสงสีม่วงในร่างนางเพิ่มความสว่างขึ้นเล็กน้อย จั่วม่อเห็นเช่นนี้ ก็ทราบว่ากระบวนการนี้คงไม่เสร็จสิ้นลงในไม่กี่ชั่วยามเป็นแน่
ขบคิดแวบหนึ่ง จั่วม่อตัดสินใจก่อตั้งค่ายกลปฐมเสริมพลังขนาดกลางไว้รอบกายสตรีซิวเจ่อ ค่ายกลชุดนี้สามารถให้พลังปราณแก่สตรีซิวเจ่ออย่างต่อเนื่อง จั่วม่อพบว่าแสงสีม่วงของสตรีซิวเจ่อคล้ายคลึงกับแผนผังปิศาจในร่างมัน ไม่เกรงกลัวสิ่งสกปรกท