เมื่อได้ยินวาจาของผูเยา จั่วม่อกลายเป็นคึกคักขึ้นมาแสร้งเหลือบมองไปยังสตรีซิวเจ่ออย่างไม่ตั้งใจ ก่อนลอบเข้าไปยังทะเลแห่งจิตสำนึก“ทางใด?” จั่วม่อถามอย่างไม่อ้อมค้อม แต่พอเห็นผูเยาชัดตา ต้องงงงันวูบ ผูเยาไม่ได้นั่งอยู่บนปั้ายศิลาสุสานเฉกเช่นที่เคยทำ แต่กลับนั่งอยู่ด้านหน้าปั้ายศิลาแทนสองคนนี้ไม่ได้ขุ่นข้องหมองใจกันแล้วหรือ?ความสงสัยผุดขึ้นในใจจั่วม่อ แต่วาจาของผูเยาหันเหความสนใจของมันไปอย่างรวดเร็ว“ข้าทราบว่าเจ้าห่วงกังวลเรื่องอันใด” ผูเยาแย้มริมฝีปากบางเป็นรอยยิ้มอันน่าลุ่มหลงจั่วม่อวอกแวกไปเล็กน้อย มีคำถามไร้สาระผุดขึ้นในหัว ไฉนรอบกายมันถึงได้ล้อมรอบไปด้วยผู้คนที่ตุ้งติ้งและชั่วร้าย? กระทั่งกงซุนชายังคล้ายจะเดินไปในเส้นทางอันผิดปกตินี้ เด็กหญิงร้ายกาจนั่นยิ่งมีกลิ่นอายชั่วร้ายกว่าผู้ใดผูเยาดูเหมือนจะมีแผนการเป็นมั่นเป็นเหมาะ ความมั่นใจฉายชัดออกมาบนใบหน้า“หากต้องนำจิงสือมาสิ้นเปลืองกับคนเหล่านี้ ก็น่าเสียดาย”จั่วม่อพอฟังต้องเหลือกตา “มีวิธีอันใดก็ว่ามาเร็วๆ ไม่ต้องกล่าวไร้สาระ”“ฮี่ฮี่” ผูเยาไม่สะเทือน นัยน์ตาสีเลือดหรี่ลงเล็กน้อย “ไฉนเจ้าไม่ลองให้พวกมันฝึกปรือวิถีปิศาจ?”“ฝึกปรือวิถีปิศาจ?” จั่วม่อชะงักกึก
“ถูกต้อง ฝึกปรือวิถีปิศาจ” ผูเยาแย้มยิ้ม “อาศัยจักรขุนเขาน้อยแม้พลังปราณถูกกัดกร่อน แต่ย่อมไม่มีผลต่อการฝึกปรือวิถีปิศาจ คนเหล่านี้เป็นทาสฝึกตน เพิ่งจะเข้าสู่ด่านเลี่ยนชี่ อีกทั้งพ