ทำตามพนัน และตัวเขาเองก็เกรงว่าเจียงอวิ๋นเหอจะโกง
เมื่อกล่าวถึงศาสตร์โอสถแล้ว อย่าว่าแต่เจียงอวิ๋นเหอ ต่อให้เป็นนักบุญโอสถมาเอง ซูเฉินก็หาได้เกรงกลัวไม่!
ไม่นาน ซูเฉินกับเจียงอวิ๋นเหอก็กล่าวคำสัตย์ผนึกจิตมารเสร็จสิ้น
ทั้งสองเดินเข้าสู่หอการค้าว่านเป่า
ผู้อาวุโสใหญ่หยุนอี้ แห่งหอการค้าเองก็ได้รับข่าวเรื่องการเดิมพันโอสถระหว่างซูเฉินกับเจียงอวิ๋นเหอ จึงอาสาเป็นพยาน พร้อมกับให้ผู้นำเตาหลอมโอสถโบราณสองใบออกมา
เพื่อเป็นการดูแคลนซูเฉิน องค์ชายเก้ากับเจียงอวิ๋นเหอไม่เพียงไม่ปิดห้อง หากยังตั้งใจเชิญผู้คนมาชม เพื่อทำให้ซูเฉินอับอายต่อหน้าฝูงชน
ข่าวการประลองหลอมโอสถระหว่างสองปรมาจารย์โอสถแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแค่นักปรุงโอสถแห่งหอการค้า แม้แต่ชาวเมืองทั่วทั้งราชธานีก็ต่างหลั่งไหลมาชม
ปรมาจารย์โอสถ เป็นบุคคลทรงเกียรติเทียบเท่าราชายุทธ์ การได้เห็นศึกโอสถเช่นนี้ เรียกได้ว่าเป็นโชควาสนาโดยแท้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับนักปรุงโอสถ นี่เปรียบได้กับโอกาสทองสวรรค์ประทาน!
“ไม่รู้ว่าการประลองครานี้ใครจะแพ้หรือชนะ? เจียงอวิ๋นเหอหรือซูเฉิน?”
“จะต้องถามด้วยหรือ? ย่อมเป็นเจียงอวิ๋นเหอแน่แท้! เขาคืออัจฉริยะโอสถแห่งราชวงศ์ต้าหลิน ผู้ได้รับการหมายตาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังเป็นปรมาจารย์โอสถโดยแท้!”
“นั่นน่ะสิ! ซูเฉินยังเด็กนัก แม้จะร่ำลือว่ามีพรสวรรค์ด้านหลอมโอสถ แต่จะเรียกว่าปรมาจารย์โอสถ เกรงว่าคงย