รรดาสมบัติทรัพยากรแห่งฟั้าดิน ก็ล้วนต้องใช้เวลาหลายพันปีในการเติบโตเต็มที่เช่นกันทว่าผู้ใดสามารถอดทนรอเป็นพันๆ ปี?ไม่แปลกที่ผูเยาเคยกล่าวว่าวิถีของซิวเจ่อคือมรรคาแห่งการปล้นชิงซิวเจ่อได้แต่ขยับขยายออกไปเรื่อยๆ เสาะหาอาณาจักรใหม่ๆ ไม่เคยหยุดยั้ง แต่นี่หมายถึงความขัดแย้งกับอสูรปิศาจย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มองจากมุมนี้ ไม่อาจบอกได้ชัดเจนว่าผู้ใดถูกผู้ใดผิด ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเซียนหรืออสูรปิศาจ ทั้งหมดก็เพียงเพื่อการอยู่รอด และเพื่อการพัฒนาของเผ่าพันธุ์พวกมันทั้งสิ้นจั่วม่อไม่ได้รู้สึกดีกับอสูรปิศาจ แต่ก็ไม่ได้ชิงชังรังเกียจ เรื่องราวใหญ่โตเฉกเช่นสงครามความขัดแย้งของสามเผ่าพันธุ์ ไม่ใช่สิ่งที่ตัวตนเล็กจ้อยอย่างมันจะต้องไปกังวลสนใจ หลังจากค่อยๆ เข้าใจเรื่องนี้ จั่วม่อก็สามารถฝึกปรือทักษะปิศาจกับศาสตร์อสูรโดยไม่มีเงื่อนปมค้างคาใจอีกเมื่อปราศจากเงื่อนปมค้างคาใจ การฝึกปรือก็ย่อมรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วเป็นธรรมดาในอดีตหากกล่าวถึงพรสวรรค์ จั่วม่อมักจะพะวักพะวงอยู่บ้าง พรสวรรค์เชิงกระบี่ของมันที่จริงแล้วธรรมดาสามัญยิ่ง หากไม่มีผูเยา มันอาจไม่มีความสำเร็จในเจตจำนงกระบี่ด้วยซ้ำ นั่นเป็นเจตจำนงกระบี่ที่สร้างขึ้นจากการถูกฟาดฟันผ่าครึ่งเป็นพันๆ ครั้งแต่หากเป็นด้านค่ายกลกับวิชาห้าธาตุ มันกลับมีพรสวรรค์เหนือกว่ามากเวลานี้มันเชื่อว่าพรสวรรค์เป็นสิ่งสำคัญ แต่หลายสิ่งหลายอย่างก็ไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำว่าพรสวร